ทำไมสินค้าถึงติดด่านศุลกากร? เปิด 10 สาเหตุที่ผู้นำเข้าต้องรู้ พร้อมวิธีป้องกันก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน
News 30 July 2026 CTM Manage Inter

ทำไมสินค้าถึงติดด่านศุลกากร? เปิด 10 สาเหตุที่ผู้นำเข้าต้องรู้ พร้อมวิธีป้องกันก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน

1ทำไมสินค้าถึงติดด่านศุลกากร? เปิด 10 สาเหตุที่ผู้นำเข้าต้องรู้ พร้อมวิธีป้องกันก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน

การนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นทางเลือกยอดนิยมของผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าสินค้ามาขายออนไลน์ สินค้าสำหรับโรงงาน วัตถุดิบ หรือสินค้าเฉพาะทาง เพราะจีนมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้และมีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก

แต่ปัญหาที่ผู้นำเข้าหลายรายต้องเจอคือ สินค้าติดด่านศุลกากร ทำให้สินค้าไม่สามารถนำออกจากท่าเรือหรือสนามบินได้ตามกำหนด ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าฝากตู้สินค้า ค่าเก็บสินค้า ค่าดำเนินการแก้ไขเอกสาร รวมถึงเสียโอกาสทางธุรกิจ

หลายคนเข้าใจว่าสาเหตุที่สินค้าติดด่านเกิดจาก "ศุลกากรตรวจเข้ม" เพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่เกิดจาก การเตรียมข้อมูลและเอกสารนำเข้าไม่ครบถ้วนตั้งแต่ต้น

บทความนี้จะอธิบายสาเหตุสำคัญที่ทำให้สินค้าจากจีนติดด่านศุลกากร พร้อมแนวทางป้องกัน เพื่อช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถวางแผนการนำเข้าได้อย่างถูกต้อง


2สินค้าติดด่านศุลกากร คืออะไร?

สินค้าติดด่านศุลกากร หมายถึง สินค้าที่ถูกระงับการปล่อยออกจากการควบคุมของกรมศุลกากร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เช่น

  • ตรวจสอบเอกสารนำเข้า
  • ตรวจสอบประเภทสินค้า
  • ตรวจสอบพิกัดศุลกากร (HS Code)
  • ตรวจสอบใบอนุญาตหรือเอกสารควบคุม
  • ตรวจสอบมูลค่าสินค้า
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่แจ้งในใบขนสินค้า

การติดด่านไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผิดกฎหมายเสมอไป บางกรณีเป็นเพียงเอกสารไม่ครบ หรือข้อมูลที่แจ้งไม่ตรงกับสินค้าจริง


310 สาเหตุหลักที่ทำให้สินค้านำเข้าจากจีนติดด่านศุลกากร




41. แจ้งรายละเอียดสินค้าไม่ถูกต้อง หรือข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน

หนึ่งในสาเหตุที่พบมากที่สุด คือข้อมูลของสินค้าในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน เช่น

  • Invoice ระบุชื่อสินค้าไม่ตรงกับสินค้าจริง
  • Packing List ระบุจำนวนไม่ตรง
  • รายละเอียดสินค้าไม่ชัดเจน
  • น้ำหนักหรือจำนวนกล่องไม่ตรงกับสินค้าจริง

ตัวอย่าง

ผู้นำเข้าสั่งนำเข้า "เครื่องชาร์จแบตเตอรี่" จากจีน

แต่ใน Invoice ระบุเพียงว่า

"Electronic Product"

ซึ่งเป็นข้อมูลกว้างเกินไป ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบประเภทสินค้าได้ชัดเจน

วิธีป้องกัน

ควรระบุรายละเอียดสินค้าให้ครบ เช่น

  • ชื่อสินค้า
  • รุ่นสินค้า
  • วัสดุ
  • การใช้งาน
  • จำนวน
  • ประเทศผู้ผลิต

52. ใช้ HS Code ไม่ถูกต้อง

HS Code หรือพิกัดศุลกากร คือรหัสที่ใช้จำแนกประเภทสินค้า เพื่อกำหนด

  • อัตราภาษีนำเข้า
  • มาตรการควบคุม
  • ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

หากเลือก HS Code ผิด อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น

  • เสียภาษีผิดประเภท
  • ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม
  • ถูกตรวจสอบย้อนหลัง

ตัวอย่าง

สินค้า "Power Bank"

หากจัดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป อาจมีเงื่อนไขแตกต่างจากสินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม

ดังนั้นต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องก่อนนำเข้า

วิธีป้องกัน

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนำเข้า หรือชิปปิ้งตรวจสอบ HS Code ก่อนสั่งซื้อสินค้า


63. สินค้าเป็นสินค้าควบคุม แต่ไม่มีใบอนุญาต

สินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้าได้ทันที แม้จะซื้อจากโรงงานจีนก็ตาม เพราะประเทศไทยมีหน่วยงานควบคุมเฉพาะ

ตัวอย่างสินค้าควบคุม ได้แก่


สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ตัวอย่างสินค้า

  • อาหารเสริม
  • เครื่องสำอาง
  • อาหารนำเข้า
  • เครื่องดื่ม
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • วัตถุดิบอาหารบางประเภท

เอกสารที่อาจต้องใช้

  • ใบอนุญาตนำเข้า
  • หนังสือรับรองส่วนประกอบสินค้า
  • Certificate of Free Sale (บางกรณี)
  • ฉลากภาษาไทย
  • เอกสารจากผู้ผลิต

สินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องมี มอก.

หน่วยงาน:

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

ตัวอย่างสินค้า

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ปลั๊กไฟ
  • สายไฟ
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด
  • ของเล่นบางประเภท

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • ใบรับรองมาตรฐาน
  • รายงานผลทดสอบสินค้า
  • เอกสารจากโรงงานผลิต

สินค้าที่มีแบตเตอรี่

สินค้ากลุ่มแบตเตอรี่เป็นอีกประเภทที่ต้องระวัง เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ตัวอย่าง

  • Power Bank
  • แบตเตอรี่ลิเธียม
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ในตัว
  • รถไฟฟ้า
  • เครื่องมือไร้สาย

เอกสารที่อาจต้องใช้

  • MSDS (Material Safety Data Sheet)
  • UN38.3 Test Report
  • Battery Test Report
  • Specification Sheet

หากไม่มีเอกสาร อาจเกิดปัญหาในการขนส่งและพิธีการนำเข้า


สินค้าแบรนด์ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์

ตัวอย่าง

  • กระเป๋าแบรนด์
  • เสื้อผ้าแบรนด์
  • รองเท้า
  • สินค้าที่มีโลโก้เครื่องหมายการค้า

ปัญหาที่พบ

  • เป็นสินค้าปลอม
  • ละเมิดเครื่องหมายการค้า
  • ไม่มีสิทธิ์นำเข้า

ศุลกากรสามารถตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้


74. ไม่มีเอกสาร Invoice หรือ Invoice ไม่ถูกต้อง

Invoice เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้แสดงรายละเอียดการซื้อขายระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ

ข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ชื่อผู้ขาย
  • ชื่อผู้ซื้อ
  • รายการสินค้า
  • จำนวน
  • ราคาสินค้า
  • มูลค่ารวม
  • เงื่อนไขการซื้อขาย

ปัญหาที่พบบ่อย

  • ราคาสินค้าต่ำผิดปกติ
  • รายละเอียดสินค้าไม่ชัดเจน
  • ไม่มี Invoice

อาจทำให้ศุลกากรต้องตรวจสอบมูลค่าสินค้าเพิ่มเติม


85. สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง

บางรายพยายามลดภาษีด้วยการแจ้งราคาสินค้าต่ำกว่าที่ซื้อจริง

ตัวอย่าง

ซื้อสินค้าจริง 200,000 บาท

แต่แจ้ง Invoice เพียง 50,000 บาท

หากเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติ อาจมีการตรวจสอบเพิ่มเติม และอาจเกิดค่าปรับหรือดำเนินการตามกฎหมาย


96. สินค้าต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอื่น

สินค้าบางประเภทต้องผ่านหน่วยงานเฉพาะก่อนปล่อยสินค้า

เช่น

  • อย.
  • สมอ.
  • กรมปศุสัตว์
  • กรมประมง
  • กรมวิชาการเกษตร
  • หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่าง

นำเข้าอาหารสัตว์จากจีน

อาจต้องมีเอกสารจากกรมปศุสัตว์ก่อน


107. ไม่ตรวจสอบข้อกำหนดก่อนสั่งซื้อสินค้า

หลายคนซื้อสินค้าจากจีนก่อน แล้วค่อยตรวจสอบภายหลัง

ซึ่งอาจเกิดปัญหา เช่น

  • สินค้านำเข้าไม่ได้
  • ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม
  • ต้องเปลี่ยนฉลาก
  • ต้องทดสอบสินค้า

วิธีที่ถูกต้องคือ

ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อว่า

  • สินค้านำเข้าได้หรือไม่
  • ต้องใช้เอกสารอะไร
  • มีมาตรฐานอะไรบังคับหรือไม่

118. สินค้าไม่ตรงกับตัวอย่างหรือรายละเอียดที่แจ้ง

บางกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าสินค้าจริงแตกต่างจากเอกสาร เช่น

Invoice แจ้งว่าเป็นสินค้า A

แต่เปิดตรวจพบเป็นสินค้า B

ทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติม


129. เอกสารขนส่งไม่ครบ

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า เช่น

  • Bill of Lading (B/L)
  • Air Waybill (AWB)
  • Packing List
  • Invoice
  • Certificate ต่าง ๆ

ต้องครบถ้วนและถูกต้อง


1310. เลือกวิธีนำเข้าไม่เหมาะกับประเภทสินค้า

สินค้าแต่ละประเภทมีความเสี่ยงแตกต่างกัน

เช่น

  • สินค้ามูลค่าสูง
  • สินค้าควบคุม
  • สินค้าแบตเตอรี่
  • สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต

ควรวางแผนรูปแบบการนำเข้าให้เหมาะสม


14ก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

เพื่อป้องกันสินค้าติดด่าน ควรตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบประเภทสินค้า

ถามก่อนว่า

  • เป็นสินค้าทั่วไปหรือไม่?
  • เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่?
  • ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?

2. ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้

ตัวอย่าง

ประเภทสินค้า เอกสารที่อาจต้องใช้
สินค้าทั่วไป Invoice, Packing List
อาหาร อย., เอกสารส่วนประกอบ
เครื่องสำอาง ใบจดแจ้ง อย.
เครื่องใช้ไฟฟ้า มอก.
แบตเตอรี่ MSDS, UN38.3
สินค้าแบรนด์ เอกสารสิทธิ์นำเข้า

3. ตรวจสอบ HS Code ก่อนนำเข้า

เพื่อทราบ

  • ภาษี
  • มาตรการควบคุม
  • เอกสารเพิ่มเติม

15CTM Manage Intertrade ช่วยลดความเสี่ยงสินค้าติดด่านได้อย่างไร?

การนำเข้าสินค้าจากจีนไม่ใช่แค่การขนส่งสินค้า แต่ต้องบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

CTM Manage Intertrade ให้บริการด้านนำเข้าสินค้าจากจีน พร้อมช่วยตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ตรวจสอบประเภทสินค้า
  • ให้คำแนะนำด้านเอกสารนำเข้า
  • ตรวจสอบ HS Code เบื้องต้น
  • ประสานงานด้านพิธีการศุลกากร
  • ดูแลกระบวนการขนส่งจากจีนถึงไทย

เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการลดความเสี่ยง และวางแผนต้นทุนได้แม่นยำมากขึ้น


16สรุป

สินค้าติดด่านศุลกากรไม่ได้เกิดจากขั้นตอนศุลกากรเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการเตรียมข้อมูล เอกสาร และการตรวจสอบข้อกำหนดไม่ครบตั้งแต่ก่อนสั่งสินค้า

โดยเฉพาะสินค้าควบคุม เช่น อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และสินค้าแบรนด์ จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารและใบอนุญาตให้ถูกต้องก่อนนำเข้า

การวางแผนก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน จะช่วยลดปัญหาสินค้าล่าช้า ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

นำเข้าสินค้าจากจีนอย่างถูกต้อง เริ่มต้นจากการตรวจสอบให้ครบก่อนส่งสินค้าเข้าประเทศ

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
1 1 1 1 1

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

CTM Manage Inter

ติดตั้งแอปเพื่อใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น!

ผู้ใช้ iOS (iPhone/iPad)
แตะที่ไอคอน (แชร์) ด้านล่าง
แล้วเลือก "เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม"
(Add to Home Screen)
กำลังโหลดเพลง...