สินค้าควบคุมต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไหน? ขั้นตอนและเอกสารที่ผู้นำเข้าจากจีนต้องรู้
สินค้าควบคุมต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไหน? ขั้นตอนและเอกสารที่ผู้นำเข้าจากจีนต้องรู้
การนำเข้าสินค้าจากจีนในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงเรื่องการเลือกสินค้า ราคาต้นทุน หรือค่าขนส่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายมักเจอปัญหาหลังจากสั่งสินค้าไปแล้ว คือ สินค้าถูกตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐ หรือไม่สามารถนำออกจากศุลกากรได้ เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตหรือเอกสารที่ถูกต้อง
สาเหตุหลักมาจากสินค้าบางประเภทไม่ได้เป็น “สินค้าทั่วไป” แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สินค้าควบคุม (Controlled Goods) ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้ต้องผ่านการตรวจสอบ ขออนุญาต หรือมีเอกสารรับรองก่อนนำเข้า
ดังนั้น ก่อนสั่งซื้อสินค้าจากจีน สิ่งที่ผู้นำเข้าควรรู้ไม่ใช่แค่ “สินค้าราคาเท่าไหร่” แต่ต้องรู้ด้วยว่า สินค้านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานใด และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
สินค้าควบคุม คืออะไร? ทำไมบางสินค้าจากจีนถึงนำเข้าไม่ได้ทันที
สินค้าควบคุม คือ สินค้าที่ภาครัฐกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบหรือได้รับอนุญาตก่อนนำเข้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือมาตรฐานของผู้บริโภค
ไม่ได้หมายความว่าสินค้าเหล่านี้ “ห้ามนำเข้า” แต่หมายถึงผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนนำสินค้าเข้าประเทศ
ตัวอย่างเช่น
- อาหารและเครื่องดื่ม
- เครื่องสำอาง
- อาหารเสริม
- เครื่องมือแพทย์
- เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท
- แบตเตอรี่
- สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
- สินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม
- สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า หรือลิขสิทธิ์
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ซื้อจากจีนมาแค่ไม่กี่ชิ้น ไม่น่ามีปัญหา” แต่ในความเป็นจริง หากสินค้าเข้าข่ายสินค้าควบคุม ก็ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเช่นเดียวกัน
สินค้าควบคุมต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไหน?
ประเทศไทยไม่ได้มีหน่วยงานเดียวที่ดูแลสินค้าควบคุม แต่ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ มีดังนี้
1. สินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
สินค้ากลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภคโดยตรง จึงต้องผ่านการตรวจสอบจาก อย.
ตัวอย่างสินค้า เช่น
- อาหาร
- เครื่องดื่ม
- อาหารเสริม
- วิตามิน
- เครื่องสำอาง
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- สินค้าทางการแพทย์บางประเภท
ตัวอย่างปัญหาที่เจอบ่อย
ผู้ประกอบการสั่งครีมจากจีนมาเพื่อขายออนไลน์ โดยคิดว่าเป็นเพียงสินค้าเสริมความงามทั่วไป แต่เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทยกลับพบว่าต้องมีเอกสารรับรองและการดำเนินการเพิ่มเติม
เอกสารที่อาจต้องใช้ เช่น
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- ส่วนประกอบสินค้า
- ฉลากภาษาไทย
- เอกสารจากผู้ผลิต
- หนังสือรับรองต่าง ๆ ตามประเภทสินค้า
ดังนั้นสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามควรตรวจสอบก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อจากจีน
2. สินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐาน มอก.
สินค้าบางประเภทต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย
ตัวอย่างสินค้า เช่น
- เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด
- อุปกรณ์ไฟฟ้า
- สายไฟ
- เครื่องใช้ภายในบ้านบางประเภท
- ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
ปัญหาที่พบคือ ผู้ประกอบการสั่งสินค้าจากจีนโดยดูเพียงรูปสินค้าและราคา แต่ไม่ได้ตรวจสอบว่าสินค้านั้นอยู่ในกลุ่มที่ต้องมีมาตรฐานหรือไม่
เมื่อสินค้ามาถึง อาจเกิดกรณี
- ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม
- ต้องตรวจสอบมาตรฐาน
- สินค้าไม่สามารถจำหน่ายได้หากไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง
3. แบตเตอรี่และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
สินค้ากลุ่มแบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการขนส่ง
ตัวอย่างสินค้า เช่น
- แบตเตอรี่ลิเธียม
- Power Bank
- แบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- แบตเตอรี่รถไฟฟ้า
- แบตเตอรี่สำหรับ Solar Energy
สิ่งที่ต้องตรวจสอบไม่ได้มีเพียงเรื่องศุลกากร แต่รวมถึงข้อกำหนดด้านการขนส่งด้วย
เอกสารที่มักเกี่ยวข้อง เช่น
- MSDS (Material Safety Data Sheet)
- UN38.3 Test Report
- รายละเอียดทางเทคนิคของแบตเตอรี่
- Specification Sheet
ปัญหาที่เจอบ่อยคือ ผู้ซื้อสั่งสินค้าจากจีนแล้วแจ้งผู้ขายไม่ครบ ทำให้โรงงานส่งเอกสารมาไม่ตรง หรือไม่สามารถใช้ขนส่งทางอากาศได้
4. สินค้าแบรนด์ เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์
สินค้ากลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใบอนุญาตแบบเดียวกับ อย. หรือ มอก. แต่เป็นเรื่องของสิทธิในการนำเข้าและจำหน่าย
ตัวอย่างเช่น
- กระเป๋าแบรนด์
- รองเท้าแบรนด์
- เสื้อผ้าที่มีโลโก้
- สินค้าที่ใช้ตัวละครลิขสิทธิ์
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย
ผู้ประกอบการเห็นสินค้าจากจีนราคาถูก แล้วสั่งเข้ามาขาย แต่สินค้าอาจเป็น
- สินค้าปลอม
- สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า
- สินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ
กรณีนี้อาจถูกตรวจสอบและมีความเสี่ยงด้านกฎหมาย
5. สินค้าทั่วไป ต้องขออนุญาตหรือไม่?
ไม่ใช่สินค้าทุกชนิดที่ต้องขอใบอนุญาต
สินค้าทั่วไป เช่น
- ของใช้ภายในบ้านทั่วไป
- อุปกรณ์ตกแต่ง
- เสื้อผ้าที่ไม่มีแบรนด์
- อุปกรณ์สำนักงานบางประเภท
อาจสามารถนำเข้าได้ตามปกติ
แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจสอบจาก
- ประเภทสินค้า
- HS Code
- ข้อกำหนดของกรมศุลกากร
- หน่วยงานควบคุมที่เกี่ยวข้อง
เพราะสินค้าบางอย่างหน้าตาคล้ายกัน แต่กฎหมายกำหนดแตกต่างกัน
ก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าติดด่าน ผู้นำเข้าควรตรวจสอบตามลำดับดังนี้
1. ตรวจสอบประเภทสินค้า
อย่าเริ่มจากการถามเพียงว่า “นำเข้าได้ไหม”
ควรถามว่า
- สินค้านี้คืออะไร
- ใช้วัตถุดิบอะไร
- ใช้กับคนหรือสัตว์หรือไม่
- มีไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่หรือไม่
- มีแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าหรือไม่
เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อข้อกำหนดนำเข้า
2. ตรวจสอบ HS Code ก่อนสั่งซื้อ
HS Code คือ รหัสพิกัดศุลกากรที่ใช้จำแนกประเภทสินค้า
เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ดู
- อัตราภาษีนำเข้า
- ข้อกำหนดสินค้า
- ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
การเลือก HS Code ผิด อาจทำให้เกิดปัญหาภายหลัง เช่น
- คำนวณต้นทุนผิด
- ต้องแก้ไขเอกสาร
- สินค้าถูกตรวจสอบเพิ่มเติม
3. ขอเอกสารจากโรงงานจีนตั้งแต่ก่อนสั่งสินค้า
เอกสารที่ควรขอ เช่น
- Invoice
- Packing List
- Catalog สินค้า
- Specification
- Certificate ต่าง ๆ
- Test Report (กรณีสินค้าควบคุม)
- เอกสารรับรองจากผู้ผลิต
อย่ารอให้สินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วค่อยหาเอกสาร เพราะบางครั้งโรงงานจีนอาจไม่สามารถจัดเตรียมย้อนหลังได้
CTM Manage Intertrade ช่วยตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้าจากจีนได้อย่างไร?
สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มั่นใจว่าสินค้าที่ต้องการนำเข้าจากจีนเป็นสินค้าควบคุมหรือไม่ CTM Manage Intertrade สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนดำเนินการนำเข้า
บริการของเราช่วยในเรื่อง
- ตรวจสอบประเภทสินค้า
- วิเคราะห์เอกสารนำเข้า
- ตรวจสอบ HS Code
- แนะนำเอกสารที่ต้องใช้
- ประสานงานกับโรงงานจีน
- ดำเนินพิธีการศุลกากร
เพราะการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้สินค้ามาถึงประเทศไทย แต่ต้องทำให้สินค้าผ่านขั้นตอนอย่างถูกต้อง สามารถนำไปจำหน่ายได้อย่างมั่นใจ
สรุป
สินค้าควบคุมไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถนำเข้าได้ แต่หมายถึงสินค้านั้นต้องผ่านขั้นตอนและมีเอกสารเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด
ก่อนสั่งซื้อสินค้าจากจีน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า
- สินค้าอยู่ภายใต้การควบคุมหรือไม่
- ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใด
- ต้องใช้เอกสารอะไร
- มีข้อจำกัดด้านการนำเข้าหรือไม่
การตรวจสอบตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าติดด่าน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และความล่าช้าในการนำเข้าได้มาก
หากต้องการนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างถูกต้อง CTM Manage Intertrade พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบสินค้า เตรียมเอกสาร ไปจนถึงการนำเข้าสินค้าถึงประเทศไทยอย่างครบวงจร