เอกสารนำเข้า–ส่งออกสินค้า ต้องใช้อะไรบ้าง?

เผยแพร่เมื่อ 16 December 2025 โดย Tar
เอกสารนำเข้า–ส่งออกสินค้า ต้องใช้อะไรบ้าง?

เอกสารนำเข้า–ส่งออกสินค้า ต้องใช้อะไรบ้าง? อธิบายแบบคนทำงานจริง | CTM Manage Intertrade

ถ้าคุณกำลังคิดจะเริ่มธุรกิจนำเข้า–ส่งออกสินค้า สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนเรื่องต้นทุนหรือการขนส่ง ไม่ใช่ราคาเรือหรือเครื่องบิน แต่คือ “เอกสาร” เพราะเอกสารคือด่านแรกและด่านสุดท้ายที่ทำให้ของคุณออกจากประเทศต้นทาง และเข้าประเทศปลายทางได้อย่างถูกต้อง

หลายบทความอาจบอกคุณแค่ว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง แต่บทความนี้จาก CTM Manage Intertrade บริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ทำงานหน้างานจริง จะอธิบายว่า

  • เอกสารแต่ละประเภทเอาไว้ทำอะไรจริงๆ

  • ใบไหนสำคัญ ใบไหนขาดไม่ได้

  • และทำไมเอกสารถึงเป็นตัวกำหนดต้นทุนและความเร็วของการนำเข้า–ส่งออก

เนื้อหาทั้งหมดเขียนขึ้นใหม่ ไม่อิงโครงบทความสำเร็จรูป ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วเห็นภาพการทำงานจริง


ภาพรวมเอกสารนำเข้า–ส่งออกสินค้า มีทั้งหมดกี่กลุ่ม?

ในทางปฏิบัติ เอกสารนำเข้า–ส่งออกไม่ได้มีแค่ 2–3 ใบ แต่เป็นชุดเอกสารที่ทำงานเชื่อมโยงกัน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีหน้าที่เฉพาะของตัวเอง

ถ้าเอกสารกลุ่มใดมีปัญหา จะส่งผลทันทีตั้งแต่เรื่องภาษี ความล่าช้า ไปจนถึงการโดนกักสินค้า


1. เอกสารยืนยันการซื้อ–ขาย (เอกสารตั้งต้นของทุกอย่าง)

เอกสารกลุ่มนี้คือหลักฐานว่า “มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง” และเป็นจุดเริ่มต้นของทุกขั้นตอน

Commercial Invoice – ใบกำกับสินค้า

เอกสารใบนี้ไม่ได้มีไว้แค่บอกราคา แต่ใช้เป็นข้อมูลหลักของศุลกากรในการประเมินภาษี

ใน Invoice จะต้องระบุ:

  • ข้อมูลผู้ซื้อ–ผู้ขาย

  • รายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน

  • มูลค่าสินค้าและเงื่อนไขการขาย

ถ้า Invoice เขียนไม่ชัดหรือไม่ตรงของจริง
ศุลกากรสามารถประเมินราคาใหม่ได้ทันที ซึ่งมักจะสูงกว่าที่ผู้ประกอบการคาดไว้

Packing List – ใบแยกรายการบรรจุสินค้า

Packing List คือเอกสารที่ช่วยให้ทุกฝ่ายรู้ว่า “ของอยู่กล่องไหน จำนวนเท่าไร”

เอกสารนี้มีผลโดยตรงกับ:

  • การตรวจสินค้า

  • การคำนวณน้ำหนัก

  • การเคลมกรณีของเสียหายหรือของขาด


2. เอกสารการขนส่ง (ตัวกลางระหว่างต้นทางกับปลายทาง)

เมื่อของถูกส่งออกจากประเทศต้นทาง วิธีการขนส่งที่เลือกจะส่งผลโดยตรงต่อเอกสารที่ใช้ ระยะเวลา และต้นทุน ปัจจุบันการนำเข้า–ส่งออกนิยมใช้ 3 รูปแบบหลัก คือ ทางเรือ ทางอากาศ และทางรถ

🚢 Bill of Lading (B/L) – กรณีขนส่งทางเรือ

B/L เป็นทั้งเอกสารขนส่งและเอกสารแสดงสิทธิ์ในสินค้า ใครถือ B/L ที่ถูกต้อง คนนั้นมีสิทธิ์รับสินค้า

เหมาะกับ:

  • สินค้าปริมาณมาก

  • สินค้าที่ไม่เร่งด่วน

  • การควบคุมต้นทุนเป็นหลัก

✈️ Air Waybill (AWB) – กรณีขนส่งทางอากาศ

AWB ใช้ยืนยันการขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน แม้ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเอกสารที่จำเป็นในการรับสินค้า

เหมาะกับ:

  • สินค้าเร่งด่วน

  • สินค้ามูลค่าสูง

  • สินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว

🚚 ใบตราส่งทางรถ (Truck Waybill / Road Transport Document)

การขนส่งทางรถ โดยเฉพาะเส้นทางประเทศเพื่อนบ้านหรือจีน–ไทย เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากใช้เวลาน้อยกว่าทางเรือ และต้นทุนต่ำกว่าทางอากาศ

เอกสารขนส่งทางรถจะใช้ยืนยัน:

  • ผู้ส่งและผู้รับสินค้า

  • เส้นทางการขนส่ง

  • รายละเอียดสินค้าในรถคันนั้น

ความสำคัญของเอกสารขนส่งทางรถ

  • ใช้ผ่านด่านชายแดน

  • ใช้ประกอบพิธีการศุลกากร

  • ใช้ตรวจสอบกรณีสินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างทาง

การขนส่งทางรถต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเอกสารมากเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายด่าน หลายประเทศ และเวลาที่จำกัด หากเอกสารไม่ครบ รถอาจถูกกักที่ด่านทันที


3. เอกสารพิธีการศุลกากร (ด่านที่ตัดสินว่าสินค้าจะผ่านหรือไม่)

ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออก

นี่คือเอกสารที่ศุลกากรใช้ตรวจสอบทุกอย่าง ตั้งแต่ชนิดสินค้า มูลค่า ไปจนถึงภาษีที่ต้องชำระ

หัวใจสำคัญของใบขนคือ:

  • การระบุรหัสสินค้าให้ถูกต้อง

  • การแจ้งมูลค่าสินค้าตรงตามความจริง

ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่การปรับหรือการเรียกตรวจย้อนหลัง


4. เอกสารรับรองและใบอนุญาตเฉพาะสินค้า

สินค้าหลายประเภทไม่สามารถนำเข้า–ส่งออกได้ทันที ต้องมีเอกสารรับรองเพิ่มเติม เช่น

  • ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O)

  • ใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • เอกสารมาตรฐานสินค้า เช่น มอก. หรือ อย.

เอกสารกลุ่มนี้คือสิ่งที่ช่วยให้สินค้าถูกกฎหมาย และไม่ถูกปฏิเสธตั้งแต่หน้าด่าน


5. เอกสารประกันภัยสินค้า

แม้ไม่ใช่เอกสารบังคับ แต่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการมืออาชีพไม่ควรมองข้าม

เอกสารประกันช่วยคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นของชำรุด สูญหาย หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด


6. เอกสารสนับสนุนอื่นๆ

เช่น

  • สัญญาซื้อขาย

  • หลักฐานการชำระเงิน

  • เอกสารรับสินค้า

เอกสารเหล่านี้ช่วยให้การทำบัญชี การตรวจสอบ และการแก้ปัญหาภายหลังเป็นไปอย่างชัดเจน


เปรียบเทียบการขนส่ง ทางเรือ ทางอากาศ และทางรถ แบบเข้าใจง่าย

การเลือกวิธีขนส่งไม่ได้มีคำว่าดีที่สุดแบบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ระยะเวลา และงบประมาณ หากเลือกผิด นอกจากต้นทุนจะสูงขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อเอกสารและความเสี่ยงหน้างานด้วย

🚢 ขนส่งทางเรือ

เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก น้ำหนักเยอะ และไม่เร่งด่วน

จุดเด่น

  • ต้นทุนต่อหน่วยต่ำที่สุด

  • เหมาะกับการเหมาตู้หรือแชร์ตู้

ข้อควรระวัง

  • ใช้เวลานาน

  • เอกสารต้องรัดกุม เพราะของอยู่ในระบบนาน

✈️ ขนส่งทางอากาศ

เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว หรือสินค้ามูลค่าสูง

จุดเด่น

  • รวดเร็วที่สุด

  • ลดความเสี่ยงของเสียหายจากระยะเวลา

ข้อควรระวัง

  • ต้นทุนสูง

  • จำกัดน้ำหนักและขนาดสินค้า

🚚 ขนส่งทางรถ (โดยเฉพาะจีน–ไทย)

เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะบาลานซ์ระหว่างเวลาและต้นทุนได้ดี

จุดเด่น

  • เร็วกว่าทางเรือ

  • ถูกกว่าทางอากาศ

  • เหมาะกับสินค้าทั่วไปและสินค้าเชิงพาณิชย์

ข้อควรระวัง

  • ต้องผ่านหลายด่าน

  • เอกสารต้องครบและถูกต้องทุกจุด


การขนส่งทางรถจีน–ไทย ทำไมเอกสารถึงสำคัญเป็นพิเศษ?

การขนส่งทางรถจากจีนเข้าไทย ต้องผ่านหลายประเทศและหลายด่านชายแดน เช่น ด่านจีน ด่านลาว หรือด่านเวียดนาม ก่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สิ่งที่ทำให้การขนส่งทางรถซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด คือ

  • ใช้เอกสารหลายชุดควบคู่กัน

  • เวลาผ่านด่านจำกัด หากเอกสารมีปัญหา รถอาจถูกจอดรอทันที

  • ต้องประสานงานหลายฝ่าย ทั้งคนขับ ตัวแทนด่าน และศุลกากร

เอกสารที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับการขนส่งทางรถ ได้แก่

  • ใบตราส่งทางรถ

  • Invoice และ Packing List ที่ต้องตรงกับของจริง 100%

  • ใบขนสินค้าขาเข้า

  • เอกสารรับรองหรือใบอนุญาตเฉพาะสินค้า

หากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรง รถอาจไม่สามารถผ่านด่านได้ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าจอดรถ ค่าฝากของ หรือค่าปรับ


ทำไมเอกสารถึงเป็นเรื่องที่ควรให้มืออาชีพดูแล?

การนำเข้า–ส่งออกไม่ใช่แค่เรื่องขนของ แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย ภาษี และรายละเอียดที่ผิดพลาดไม่ได้

CTM Manage Intertrade ดูแลเอกสารทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนของถึงไทย ลดความเสี่ยง ลดต้นทุนแฝง และช่วยให้ลูกค้าทำธุรกิจได้อย่างสบายใจ


สรุป

เอกสารนำเข้า–ส่งออกคือระบบที่ทำให้การค้าระหว่างประเทศเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง หากเข้าใจโครงสร้างเอกสารทั้งหมดตั้งแต่ต้น ธุรกิจจะเดินได้เร็วและมั่นคงกว่า

หากคุณต้องการบริษัทนำเข้า–ส่งออกสินค้าที่เข้าใจงานจริง และใส่ใจรายละเอียดเอกสารทุกใบ CTM Manage Intertrade พร้อมเป็นทีมหลังบ้านให้ธุรกิจของคุณ

กำลังโหลดเพลง...