ส่งของจากจีนมาไทยใช้งบเท่าไหร่ ?

เผยแพร่เมื่อ 10 December 2025 โดย Tar
ส่งของจากจีนมาไทยใช้งบเท่าไหร่ ?

เปิดหมดเปลือก! "ค่าขนส่งจีน-ไทย" จริงๆ แล้วควรอยู่ที่เท่าไหร่? คู่มือประเมินต้นทุนฉบับเจ้าของธุรกิจ (2025)

ถ้าผมเป็นคุณ... สิ่งแรกที่ผมจะคิดก่อนเริ่มสั่งของจากจีนไม่ใช่แค่ "สินค้าตัวนี้น่าจะขายดีไหม" แต่คือคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ "ต้นทุนจริง ๆ เมื่อของมาถึงหน้าบ้านจะเป็นเท่าไหร่?"

เพราะในโลกของการนำเข้า "ค่าขนส่ง (Shipping Cost)" คือตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาว่าธุรกิจของคุณจะ "กำไร" หรือ "ขาดทุน" หลายคนตกม้าตายเพราะดูแต่ค่าของ (EXW) แต่ลืมคำนวณค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าเคลียร์ภาษี และค่าส่งในไทย ทำให้ตั้งราคาขายผิดพลาด

วันนี้ผมจึงขอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจเหมือนกับคุณ ไปลงสนามสำรวจราคาตลาด (Market Price) ของวงการชิปปิ้งจีน-ไทย ในปี 2025 มากางให้ดูกันชัดๆ ว่ามาตรฐานราคาควรอยู่ที่เท่าไหร่ และทำไม "ของที่ถูกที่สุด" อาจไม่ใช่คำตอบของความคุ้มค่าเสมอไป


สำรวจตลาด: เรทราคาขนส่งจีน-ไทย มาตรฐานปี 2025 เขาคิดกันยังไง?

จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ให้บริการชิปปิ้ง (Shipping Providers) ชั้นนำกว่า 10 แห่งในท้องตลาด ราคาค่าขนส่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ คิดตามน้ำหนัก (กิโลกรัม) และ คิดตามปริมาตร (CBM หรือ คิว) โดยระบบจะเลือกคิดจากยอดที่ มากกว่า เสมอ ซึ่งเรทราคาเฉลี่ยในตลาดปัจจุบันเป็นดังนี้ครับ:

1. ทางรถยนต์ (Car Freight) – เน้นเร็ว รอบจัด ของถึงไว

เหมาะกับสินค้าเทรนด์ สินค้าแฟชั่น หรือของที่ต้องรีบทำตลาด ระยะเวลาเฉลี่ย 3-5 วัน

  • เรทตลาดทั่วไป (กิโลกรัม): เฉลี่ยอยู่ที่ 25 - 45 บาท/กก. (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าว่าเป็นของทั่วไป หรือ มอก./อย.)

  • เรทตลาดทั่วไป (คิว/CBM): เฉลี่ยอยู่ที่ 5,500 - 8,500 บาท/คิว

    • หมายเหตุ: บางเจ้าที่ทำราคาต่ำมากๆ (เช่น 4,xxx) อาจมีขั้นต่ำในการปิดตู้ที่สูง หรืออาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง (Hidden Cost) เช่น ค่าโอนเงิน ค่าแพ็ค หรือค่าบริการขั้นต่ำ

2. ทางเรือ (Sea Freight) – เน้นประหยัด ลดต้นทุน เพิ่มกำไร

เหมาะกับสินค้าชิ้นใหญ่ น้ำหนักเยอะ หรือสินค้าที่ไม่รีบมาก ระยะเวลาเฉลี่ย 15-25 วัน

  • เรทตลาดทั่วไป (กิโลกรัม): เฉลี่ยอยู่ที่ 15 - 30 บาท/กก.

  • เรทตลาดทั่วไป (คิว/CBM): เฉลี่ยอยู่ที่ 3,500 - 5,500 บาท/คิว

    • ข้อสังเกต: ทางเรือมักจะเป็นตัวเลือกของคนที่ต้องการลดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำที่สุดเพื่อไปทำกำไรต่อ


กับดักของคำว่า "ถูกที่สุด" (The Price Trap)

ผมเข้าใจดีครับว่า ในฐานะคนทำธุรกิจ การลดต้นทุนได้แม้แต่ 1 บาท ก็คือกำไรที่เพิ่มขึ้น 1 บาท แต่จากประสบการณ์ในวงการโลจิสติกส์ ผมอยากแชร์มุมมองอีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

การเลือกชิปปิ้งที่ราคา "ถูกที่สุดในตลาด" (เช่น ทางรถ 3,xxx หรือ ทางเรือ 1,xxx) คุณอาจจะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มองไม่เห็น:

  1. ความปลอดภัยของสินค้า: ตู้สินค้าอาจถูกอัดแน่นจนเกินไปเพื่อประหยัดพื้นที่ ทำให้สินค้าบุบสลาย เสียหาย

  2. การติดตามสถานะ: ราคาถูกมักมาพร้อมกับการบริการแบบ "ตามมีตามเกิด" ติดต่อยาก ไม่รู้ว่าของถึงไหน

  3. ปัญหาด้านภาษี: ชิปปิ้งราคาถูกบางรายอาจสำแดงเท็จเพื่อลดต้นทุน ซึ่งหากโดนสุ่มตรวจ สินค้าของคุณอาจถูกยึดหรือโดนปรับย้อนหลังมหาศาล

คำถามคือ... "คุณยอมเสี่ยงเอาสินค้ามูลค่าหลักแสน ไปแลกกับส่วนลดค่าขนส่งหลักร้อยหรือไม่?"


CTM Manage Intertrade: เราอาจไม่ใช่ที่ที่ "ถูกที่สุด" แต่เรามั่นใจว่าเรา "ดูแลดีที่สุด"

พูดกันแบบลูกผู้ชายและคนทำธุรกิจด้วยกันครับ ผมคงไม่เคลมว่า CTM Manage Intertrade คือชิปปิ้งที่ราคาถูกที่สุดในปฐพี เพราะเรารู้ว่าต้นทุนของคุณภาพการบริการที่ดี มันมีราคาของมัน

แต่สิ่งที่เราสัญญาได้คือ "ความคุ้มค่า" และ "ความสบายใจ"

ราคาที่เราตั้งไว้ เป็นราคา "Fair Price" ที่สมเหตุสมผล เพียงพอที่จะทำให้เราจ้างทีมงานคุณภาพมาดูแลสินค้าของคุณ ดูแลระบบ Tracking ให้แม่นยำ และดูแลเคลียร์เอกสารให้ถูกต้อง 100% เพื่อให้ของถึงมือคุณอย่างปลอดภัย

เปิดราคาจริงใจ ไม่มีกั๊ก (Standard Rate)

สำหรับลูกค้าของ CTM Manage Intertrade เราขอนำเสนอเรทราคามาตรฐานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนวณต้นทุนได้แม่นยำ:

ขนส่งทางรถ (Car Freight): เริ่มต้นที่ 5,000 บาท / CBM

  • เรทนี้คือเรทที่คุณจะได้ ความไว ระดับมาตรฐาน (3-5 วัน)

  • รวมบริการเคลียร์ภาษีขาเข้าแบบถูกต้อง

  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหมุนเงินไว สินค้าไม่ค้างสต็อกนาน

ขนส่งทางเรือ (Sea Freight): เริ่มต้นที่ 3,000 บาท / CBM

  • เรทนี้คือเรทสำหรับ นักลงทุนระยะยาว

  • ช่วยลดต้นทุนต่อชิ้นได้มหาศาล เหมาะกับของชิ้นใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ หรือการสั่งสต็อกล็อตใหญ่

  • แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่สินค้าได้รับการดูแลอย่างดีในตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐาน


ทำไมต้องจ่ายราคานี้ให้กับเรา?

ราคา 3,000 (เรือ) และ 5,000 (รถ) ของเรา แลกมาด้วยอะไรบ้าง?

  1. Personal Assistant: เรามีทีมงานที่ตอบแชทไว ไม่ใช่บอท คอยแก้ปัญหาให้คุณ

  2. QC & Repack: หากสินค้ามาในสภาพกล่องเปื่อยยุ่ย เรามีการดูแลแพ็คกิ้งเบื้องต้นให้ เพื่อให้ของถึงไทยสวยงามที่สุด

  3. Zero Headache: เราจัดการเรื่องพิธีการศุลกากรให้จบ คุณแค่นั่งรอรับของที่หน้าบ้าน

  4. Real-Time Tracking 24 ชม.: คุณจะรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าตลอดเวลา

"เราไม่ได้ขายแค่พื้นที่ในตู้คอนเทนเนอร์ แต่เราขายความสำเร็จที่ส่งถึงมือคุณ"

แม้ราคาหน้าป้ายของเราอาจจะดูเป็นเรทมาตรฐาน (Standard Market Rate) ไม่ใช่เรทตัดราคา แต่เชื่อเถอะครับว่า หากคุณลองคำนวณ "ต้นทุนความเสียหาย" หรือ "ต้นทุนเวลา" ที่คุณอาจเสียไปกับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน... ราคาของ CTM คือราคาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเติบโตของธุรกิจคุณ


อยากได้ราคาพิเศษ? เราจัดให้ได้!

แน่นอนครับว่า ในโลกธุรกิจย่อมมีการยืดหยุ่น สำหรับลูกค้าที่มีปริมาณการสั่งซื้อเยอะ (Volume สูง) หรือเป็นลูกค้าประจำ เรามี "Promotion & Tier Price" ส่วนลดพิเศษมอบให้เสมอ เพื่อให้คุณแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น

อย่าเพิ่งเชื่อราคาหน้าเว็บ จนกว่าจะได้คุยกับเรา เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคำนวณต้นทุนให้คุณ "ก่อนสั่งจริง" เพื่อให้คุณเห็นกำไรตั้งแต่ยังไม่เริ่มขาย

📌 ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นลดค่าขนส่ง และความรู้การนำเข้าได้ที่: 👉 Facebook Page: CTM Manage Intertrade 👉 LINE OA: @ctmmanageinter (มี @ ด้วยนะครับ)

ทักมาคุยกันก่อนได้ครับ ประเมินราคาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะความสำเร็จของคุณ คือภารกิจของเรา


เกร็ดความรู้แถมท้าย: CBM คืออะไร? คิดยังไง?

(เผื่อมือใหม่ยังสับสน) CBM (Cubic Meter) คือ ลูกบาศก์เมตร วิธีคิดคือ: กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร) x สูง (เมตร) = จำนวน CBM เช่น กล่องขนาด 100ซม. x 100ซม. x 100ซม. = 1 CBM ถ้านำเข้าทางเรือกับ CTM ค่าส่งกล่องยักษ์นี้ก็แค่ 3,000 บาทเท่านั้น!

เริ่มธุรกิจอย่างมืออาชีพ เริ่มต้นกับ CTM Manage Intertrade ครับ

กำลังโหลดเพลง...