เปิดโผ 5 อันดับสินค้านำเข้า “ดาวรุ่ง” ที่ตลาดไทยต้องการ

เผยแพร่เมื่อ 10 December 2025 โดย Tar
เปิดโผ 5 อันดับสินค้านำเข้า “ดาวรุ่ง” ที่ตลาดไทยต้องการ

เจาะเทรนด์การค้า 2025: เปิดโผ 5 อันดับสินค้านำเข้า “ดาวรุ่ง” ที่ตลาดไทยต้องการ พร้อมเผยกลยุทธ์นำเข้าสินค้าจากทั่วโลกให้ไร้พรมแดน

ก้าวเข้าสู่ปี 2025 โลกของการค้าขายออนไลน์และออฟไลน์ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Hyper-Personalization" หรือการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มอย่างเข้มข้น ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่สินค้าราคาถูกที่สุดอีกต่อไป แต่มองหา "นวัตกรรม" และ "ความคุ้มค่า" ที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตได้จริง

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาส การรู้ทิศทางลมก่อนใครคือความได้เปรียบมหาศาล จากการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data และพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา นี่คือ 5 อันดับกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงสุดในการนำเข้ามายังประเทศไทยในปี 2025


อันดับ 1: อุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Accessories & Gadgets)

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Hub ของ EV ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ตลาด After-market หรือตลาดหลังการขายเติบโตแบบก้าวกระโดด

  • สินค้าทำเงิน: ไม่ใช่แค่อะไหล่เครื่องยนต์ แต่คือ "Gadget แต่งรถ" เช่น ฟิล์มกันรอยหน้าจอรถ EV (ที่มักมีขนาดใหญ่), ถาดรองพื้นเข้ารูปเฉพาะรุ่น, อุปกรณ์จัดระเบียบในรถ Tesla/BYD, ไปจนถึงหัวชาร์จพกพา (Portable EV Charger)

  • แหล่งนำเข้า: จีนยังคงเป็นเบอร์ 1 ในด้านการผลิต แต่เวียดนามและไต้หวันเริ่มมีบทบาทในเรื่องชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง

อันดับ 2: Pet Humanization (สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เหมือนคน)

เทรนด์ "ทาสหมาทาสแมว" ได้พัฒนาไปสู่การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก (Pet Humanization) อย่างสมบูรณ์แบบ ในปี 2025 เจ้าของยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของสัตว์เลี้ยง

  • สินค้าทำเงิน: สินค้ากลุ่ม Smart Pet Home มาแรงมาก เช่น ห้องน้ำแมวอัตโนมัติที่มีเซ็นเซอร์ความปลอดภัยสูง, เครื่องให้อาหารสั่งการผ่านแอปฯ, น้ำพุแมวไร้สาย ไปจนถึงเสื้อผ้าแฟชั่นสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม และรถเข็นสัตว์เลี้ยงสำหรับพาออกไปเที่ยว

  • โอกาส: การนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ต้องเน้นเรื่อง "ดีไซน์" และ "ความปลอดภัย" เป็นหลัก

อันดับ 3: Smart Home Solution & IoT (บ้านอัจฉริยะ)

เมื่อคนไทยเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI สินค้าตกแต่งบ้านธรรมดาจึงขายยากขึ้น แต่สินค้าที่ "คุยกันได้" ผ่านระบบ Internet of Things (IoT) กลับเป็นที่ต้องการ

  • สินค้าทำเงิน: หลอดไฟเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์ (Smart Lighting), กล้องวงจรปิด AI ที่แยกแยะคนกับสัตว์ได้, หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีแท่นกำจัดขยะเอง, และอุปกรณ์เซ็นเซอร์ประตูหน้าต่างเพื่อความปลอดภัย

  • แหล่งนำเข้า: จีนคือเจ้าตลาด แต่สินค้าเกรด High-end บางตัวจากเกาหลีและญี่ปุ่นก็น่าสนใจสำหรับการจับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก

อันดับ 4: Health & Aging Society (สินค้าเพื่อสุขภาพและผู้สูงวัย)

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ สินค้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้เอง หรือสินค้าที่ช่วยเรื่อง Office Syndrome สำหรับวัยทำงาน คือเหมืองทองใหม่

  • สินค้าทำเงิน: เก้าอี้ Ergonomic ราคาประหยัด (นำเข้ามาชิงส่วนแบ่งแบรนด์ดัง), เครื่องนวดเฉพาะจุด (คอ บ่า ไหล่), ไม้เท้าอัจฉริยะ, และอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวในห้องน้ำ

  • ข้อควรระวัง: สินค้าบางประเภทอาจต้องขออนุญาต อย. หรือ มอก. ดังนั้นการมีชิปปิ้งที่เชี่ยวชาญเรื่องเอกสารจึงสำคัญมาก

อันดับ 5: Green Packaging & Sustainable Products (บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก)

ปี 2025 กฎหมายและกระแสสังคมจะบีบให้ร้านค้าออนไลน์ต้องเลิกใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทยต่างมองหาบรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ

  • สินค้าทำเงิน: กล่องพัสดุรีไซเคิล, เทปกาวกระดาษ, ถุงไปรษณีย์ที่ย่อยสลายได้ (Biodegradable), และแก้ว/หลอดจากวัสดุธรรมชาติ

  • แหล่งนำเข้า: เวียดนามและจีนเป็นแหล่งผลิตเยื่อกระดาษและวัสดุชีวภาพรายใหญ่ของโลก


รู้ว่าขายอะไร "ไม่สำคัญ" เท่ากับรู้ว่า "จะเอาของเข้ามาอย่างไร"

หลายคนตกม้าตายตอนจบ เพราะเลือกสินค้าถูกเทรนด์ แต่ติดปัญหาเรื่อง "การนำเข้า"

  • สั่งของแล้วโดนภาษีย้อนหลัง

  • ของติดด่านเคลียร์ไม่ได้เพราะเอกสารไม่ครบ

  • ค่าขนส่งแพงจนกินกำไร

  • โอนเงินไปต่างประเทศแล้วโดนโกง หรือเรทเงินแพง

ในโลกการค้ายุคใหม่ การมีพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง (Logistic Partner) คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ และ CTM Manage Intertrade พร้อมเป็นคำตอบนั้นให้คุณ

มากกว่าแค่ชิปปิ้งจีน... เราคือ "Global Sourcing Partner" ของคุณ

แม้สินค้าส่วนใหญ่จะมาจากจีน แต่เราเข้าใจดีว่าโอกาสทางธุรกิจอาจซ่อนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หรือแหล่งผลิตอื่นๆ CTM Manage Intertrade จึงไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่เส้นทางเดียว แต่เราพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยจุดแข็งที่เหนือกว่า:

  1. เครือข่ายครอบคลุมภูมิภาค: เราเชี่ยวชาญเส้นทางการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยง ไทย - จีน - ลาว - พม่า - กัมพูชา - มาเลเซีย - เวียดนาม ทำให้การกระจายสินค้าหรือการนำเข้าวัตถุดิบข้ามพรมแดนเป็นเรื่องไร้รอยต่อ

  2. ระบบจัดการเบ็ดเสร็จ (All-in-One Platform):

    • ไม่ต้องปวดหัวเรื่องแลกเงิน: เรามีระบบรับชำระและจัดการค่าสินค้า คุณใช้เงินบาท เราจัดการส่วนที่เหลือให้

    • ค้นหาและดีลสินค้า: ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากโรงงานจีน หรือแหล่งผลิตในอาเซียน เรามีทีมงานช่วยประสานงาน ล่าม และเจรจาต่อรอง

  3. ความเชี่ยวชาญเรื่องศุลกากร: เรามีทีมงานมืออาชีพที่ดูแลเรื่องพิกัดภาษี เอกสารนำเข้า-ส่งออก ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100% ลดความเสี่ยงธุรกิจของคุณให้เป็นศูนย์

  4. Tracking Real-time: ไม่ว่าสินค้าจะมาจากมุมไหนของเครือข่าย คุณตรวจสอบสถานะได้ตลอด 24 ชม.

ปี 2025 คือปีแห่งโอกาสสำหรับคนที่ "เริ่มก่อน" และ "พร้อมกว่า" อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องการนำเข้าเป็นกำแพงกั้นธุรกิจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากนำเข้า อะไหล่ EV จากจีน หรือ สินค้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้าน ให้เราเป็นฝ่ายจัดการเรื่องยากๆ เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการขายและการเติบโต

CTM Manage Intertrade เพื่อนคู่คิดธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ครบวงจร จบในที่เดียว

👉 ปรึกษาเส้นทางนำเข้าและอัตราค่าขนส่ง: LINE ID: @ctmmanageinter Website: ctmmanageinter.com

กำลังโหลดเพลง...