ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เริ่มยังไง? วิธีคิดค่าส่งและส่งเคลมกลับจีนแบบเข้าใจง่าย
ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เริ่มยังไง? วิธีคิดค่าส่งและส่งเคลมกลับจีนแบบเข้าใจง่าย
การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหลายคนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มมีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ลูกค้าจากจีน หรือมีพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าไปใช้งานหรือจำหน่ายต่อ
แต่ปัญหาที่หลายคนเจอเหมือนกันคือ ไม่รู้ว่าการส่งออกต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ค่าขนส่งคิดอย่างไร สินค้าของตัวเองอยู่ในประเภทไหน และถ้าเกิดปัญหาสินค้าเสียหายหรือจำเป็นต้องส่งเคลมกลับจีน จะต้องดำเนินการอย่างไร
บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ วิธีคิดค่าขนส่งตามน้ำหนักและประเภทสินค้า ตัวอย่างการคำนวณจริง รวมถึงแนวทางจัดการกรณีต้องส่งเคลมสินค้ากลับจีน เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถวางแผนต้นทุนได้ชัดเจนก่อนเริ่มส่งจริง
ทำไมธุรกิจควรเข้าใจเรื่องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
ปัจจุบันธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายภายในประเทศเท่านั้น หลายร้านค้า หลายโรงงาน และหลายบริษัทเริ่มมีลูกค้าจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศใกล้ไทย เช่น ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย กัมพูชา รวมถึงจีน
การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ร้านค้าออนไลน์ ผู้ขายส่ง และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการขยายตลาดให้กว้างขึ้น
การเข้าใจเรื่องการส่งออกช่วยให้ธุรกิจได้เปรียบหลายด้าน เช่น
ช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับออเดอร์จำนวนมาก วางแผนต้นทุนได้ชัดเจน ลดความผิดพลาดจากการคำนวณค่าส่ง และช่วยให้รับมือกับปัญหาการเคลมหรือการส่งสินค้ากลับได้เป็นระบบมากขึ้น
หลายครั้งผู้ประกอบการเสียโอกาสเพราะไม่มั่นใจเรื่องการส่งออก ทั้งที่จริงแล้ว หากรู้ขั้นตอนและมีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดูแล การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศสามารถเริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด
ปัญหาที่พบบ่อยของคนอยากส่งออกสินค้า
ก่อนเริ่มส่งออก เจ้าของธุรกิจจำนวนมากมักเจอคำถามเหล่านี้
ไม่รู้ว่าสินค้าของตัวเองส่งออกได้ไหม
ไม่รู้ว่าสินค้าควรจัดอยู่ในประเภทไหน
ไม่รู้ว่าค่าขนส่งคิดจากอะไร
ไม่รู้ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
กลัวว่าสินค้าจะเสียหายระหว่างทาง
ไม่แน่ใจว่าควรซื้อประกันขนส่งหรือไม่
ไม่รู้ว่าถ้าต้องส่งเคลมกลับจีนต้องเริ่มอย่างไร
ไม่รู้ว่าค่าส่งกลับจีนคุ้มกับการเคลมหรือเปล่า
ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มส่งออก แต่สามารถจัดการได้ หากเข้าใจหลักการพื้นฐานให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ต้องรู้อะไรก่อน
ก่อนส่งออกสินค้า สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ข้อมูลสินค้าและปลายทางให้ชัดเจน เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อค่าขนส่ง ระยะเวลา และเงื่อนไขการขนส่ง
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนประเมินราคาส่งออก ได้แก่
รายละเอียดสินค้า
น้ำหนักสินค้า
จำนวนสินค้า
ประเทศปลายทาง
ประเภทสินค้า
มูลค่าสินค้า
ข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ
รูปภาพสินค้า
ลักษณะการแพ็กสินค้า
ยิ่งให้ข้อมูลครบตั้งแต่แรก การประเมินราคาและการวางแผนขนส่งก็จะยิ่งแม่นยำขึ้น
ประเภทสินค้าสำคัญมาก เพราะมีผลต่อค่าส่ง
การส่งออกสินค้าไม่ได้คิดราคาเท่ากันทุกประเภท เพราะสินค้าบางกลุ่มมีความเสี่ยงมากกว่าสินค้าทั่วไป บางกลุ่มอาจต้องระวังเรื่องมาตรฐาน เอกสาร หรือข้อกำหนดเฉพาะ
จากตารางเรทราคาส่งออก สามารถแบ่งประเภทสินค้าได้ดังนี้
A คือ สินค้าทั่วไป
B คือ สินค้ามอก.
C คือ สินค้าละเอียดอ่อน
D คือ สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม
L คือ สินค้าพิเศษ / ของเหลว
การแยกประเภทสินค้าให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าแจ้งประเภทผิดตั้งแต่แรก อาจทำให้ประเมินราคาผิด ส่งผลให้ต้นทุนจริงเปลี่ยน หรือเกิดปัญหาระหว่างการขนส่งได้
ตัวอย่างเช่น สินค้าบางอย่างเจ้าของสินค้าอาจคิดว่าเป็นสินค้าทั่วไป แต่เมื่อดูรายละเอียดจริงอาจเข้ากลุ่มสินค้าละเอียดอ่อน หรือสินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม ซึ่งมีเรทขนส่งแตกต่างกัน
ดังนั้น ก่อนส่งออกควรแจ้งรายละเอียดสินค้าให้ชัดเจน พร้อมรูปสินค้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบประเภทสินค้าได้ถูกต้องก่อนเริ่มส่งจริง
ส่งออกสินค้าไปประเทศไหนได้บ้าง
จากเรทราคาส่งออกที่ใช้เป็นตัวอย่างในบทความนี้ มีปลายทางหลักดังนี้
ไทยไปลาว
ไทยไปเวียดนาม
ไทยไปเมียนมาร์
ไทยไปมาเลเซีย
ไทยไปจีน
ไทยไปกัมพูชา
ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณอยู่ที่ 8–14 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์หน้างาน ด่านขนส่ง เส้นทาง และประเภทสินค้า
วิธีคิดค่าขนส่งส่งออกสินค้า
การคิดค่าขนส่งในตารางนี้เป็นการคิดตามน้ำหนักสินค้า โดยใช้หน่วยเป็นกิโลกรัม
สูตรคำนวณคือ
ค่าส่ง = น้ำหนักสินค้า × เรทราคาต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างเช่น หากต้องการส่งสินค้าไปจีน น้ำหนัก 10 กิโลกรัม และสินค้าอยู่ในประเภทสินค้าทั่วไป A ซึ่งมีเรท 235 บาทต่อกิโลกรัม
ค่าส่ง = 10 × 235
ค่าส่ง = 2,350 บาท
นี่คือหลักการคำนวณเบื้องต้นที่ช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินต้นทุนได้ง่ายขึ้นก่อนตัดสินใจส่งจริง
เรทส่งออกสินค้าไปลาว
สำหรับการส่งออกจากไทยไปลาว ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 120 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 145 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 185 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 220 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 220 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากส่งสินค้าทั่วไปไปลาว น้ำหนัก 20 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 20 × 120
ค่าส่ง = 2,400 บาท
เรทส่งออกสินค้าไปเวียดนาม
สำหรับการส่งออกจากไทยไปเวียดนาม ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 170 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 195 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 235 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 270 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 270 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากส่งสินค้าละเอียดอ่อนไปเวียดนาม น้ำหนัก 15 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 15 × 235
ค่าส่ง = 3,525 บาท
เรทส่งออกสินค้าไปเมียนมาร์
สำหรับการส่งออกจากไทยไปเมียนมาร์ ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 195 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 220 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 260 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 295 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 295 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากส่งสินค้าทั่วไปไปเมียนมาร์ น้ำหนัก 12 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 12 × 195
ค่าส่ง = 2,340 บาท
เรทส่งออกสินค้าไปมาเลเซีย
สำหรับการส่งออกจากไทยไปมาเลเซีย ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 135 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 160 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 235 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 235 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากส่งสินค้าพิเศษ / ของเหลว ไปมาเลเซีย น้ำหนัก 25 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 25 × 235
ค่าส่ง = 5,875 บาท
เรทส่งออกสินค้าไปจีน
สำหรับการส่งออกจากไทยไปจีน ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 235 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 260 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 300 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 335 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 335 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากต้องการส่งสินค้าละเอียดอ่อนกลับจีนเพื่อเคลม น้ำหนัก 18 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 18 × 300
ค่าส่ง = 5,400 บาท
ก่อนตัดสินใจส่งกลับจีน ควรเปรียบเทียบก่อนว่าสินค้าที่ต้องการเคลมมีมูลค่าสูงกว่าค่าส่งกลับหรือไม่ และโรงงานจีนรับผิดชอบค่าส่งกลับหรือไม่ หากค่าส่งกลับสูงกว่ามูลค่าสินค้า อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น ขอคืนเงินบางส่วน ขอส่งสินค้าชิ้นใหม่ทดแทน หรือหักเครดิตในออเดอร์ถัดไป
เรทส่งออกสินค้าไปกัมพูชา
สำหรับการส่งออกจากไทยไปกัมพูชา ระยะเวลาขนส่งโดยประมาณ 8–14 วัน
สินค้าทั่วไป A ราคา 195 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้ามอก. B ราคา 220 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าละเอียดอ่อน C ราคา 260 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม D ราคา 295 บาทต่อกิโลกรัม
สินค้าพิเศษ / ของเหลว L ราคา 295 บาทต่อกิโลกรัม
ตัวอย่างการคำนวณ
หากส่งสินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม ไปกัมพูชา น้ำหนัก 10 กิโลกรัม
ค่าส่ง = 10 × 295
ค่าส่ง = 2,950 บาท
อยากส่งเคลมสินค้ากลับจีน ต้องทำยังไง
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของคนที่นำเข้าสินค้าจากจีนคือ เมื่อสินค้าเกิดปัญหาแล้วต้องส่งกลับไปให้โรงงานจีนตรวจสอบ ซ่อม เปลี่ยน หรือเคลม
กรณีที่อาจต้องส่งเคลมกลับจีน เช่น
สินค้าเสียหาย
สินค้าไม่ตรงสเปก
สีผิด รุ่นผิด ขนาดผิด
จำนวนไม่ครบ
โรงงานส่งสินค้าผิดแบบ
สินค้าใช้งานไม่ได้
ต้องส่งคืนเพื่อซ่อม
ต้องส่งกลับเพื่อเปลี่ยนสินค้าใหม่
ก่อนส่งเคลมกลับจีน ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าโรงงานหรือผู้ขายยอมรับการเคลมหรือไม่ และต้องส่งกลับจริงหรือสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นได้
ขั้นตอนส่งเคลมสินค้ากลับจีน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบปัญหาของสินค้า
เมื่อได้รับสินค้าแล้วพบปัญหา ควรตรวจสอบทันทีว่าสินค้าเสียหายตรงไหน จำนวนกี่ชิ้น และปัญหาเกิดจากอะไร เช่น เสียหายจากการผลิต เสียหายจากการขนส่ง หรือไม่ตรงกับรายละเอียดที่สั่งซื้อ
ขั้นตอนที่ 2 เก็บหลักฐานให้ครบ
ควรถ่ายรูปและวิดีโอสินค้าให้ชัดเจน โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหา รวมถึงถ่ายรูปกล่อง ฉลาก เลขล็อต และสภาพบรรจุภัณฑ์ก่อนแกะหรือหลังแกะ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคุยกับโรงงาน
หลักฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
รูปสินค้า
วิดีโอสินค้า
รูปจุดเสียหาย
รูปกล่องและบรรจุภัณฑ์
ใบสั่งซื้อ
รายการสินค้า
แชตที่คุยกับโรงงาน
หลักฐานมูลค่าสินค้า
ขั้นตอนที่ 3 ติดต่อโรงงานหรือผู้ขายจีน
หลังจากมีหลักฐานครบ ควรแจ้งโรงงานทันที พร้อมอธิบายปัญหาอย่างชัดเจน เช่น สินค้าเสียหายกี่ชิ้น ต้องการให้โรงงานเปลี่ยนสินค้า ซ่อมสินค้า คืนเงิน หรือรับกลับไปตรวจสอบ
ขั้นตอนที่ 4 ตกลงวิธีแก้ปัญหา
ไม่ใช่ทุกกรณีที่จำเป็นต้องส่งสินค้ากลับจีน บางครั้งสามารถเจรจาให้โรงงานรับผิดชอบด้วยวิธีอื่นได้ เช่น
คืนเงินบางส่วน
ส่งสินค้าชิ้นใหม่มาให้
หักเครดิตในออเดอร์ถัดไป
ส่งอะไหล่หรือชิ้นส่วนมาเปลี่ยน
รับสินค้ากลับไปตรวจสอบ
ขั้นตอนที่ 5 คำนวณค่าส่งกลับจีนก่อนตัดสินใจ
หากโรงงานต้องการให้ส่งสินค้ากลับจีน ควรคำนวณค่าขนส่งกลับก่อนทุกครั้ง เพื่อดูว่าคุ้มค่ากับการเคลมหรือไม่
ตัวอย่างเช่น สินค้าละเอียดอ่อนน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ส่งกลับจีน เรท 300 บาทต่อกิโลกรัม
ค่าส่ง = 18 × 300
ค่าส่ง = 5,400 บาท
หากมูลค่าสินค้าสูงกว่าค่าส่งมาก และโรงงานยืนยันว่าจะเปลี่ยนหรือซ่อมให้ การส่งกลับอาจคุ้มค่า แต่ถ้าสินค้ามูลค่าต่ำกว่าค่าส่ง อาจควรเจรจาชดเชยด้วยวิธีอื่นแทน
ควรส่งเคลมกลับจีนเมื่อไหร่
การส่งเคลมกลับจีนควรทำเมื่อสินค้ามีมูลค่ามากพอ และโรงงานยืนยันชัดเจนว่าจะรับผิดชอบหลังจากได้รับสินค้า
กรณีที่ควรส่งกลับ เช่น
สินค้ามูลค่าสูง
สินค้าเป็นล็อตสำคัญ
โรงงานยืนยันว่าจะเปลี่ยนสินค้าใหม่
โรงงานยืนยันว่าจะซ่อมให้
สินค้าเสียหายจำนวนมาก
ต้องใช้สินค้าเดิมเป็นหลักฐานในการเคลม
แต่ถ้าสินค้ามูลค่าไม่สูง ค่าส่งกลับแพง หรือโรงงานไม่รับประกันผลหลังส่งกลับ อาจต้องพิจารณาให้ดี เพราะอาจไม่คุ้มกับต้นทุนและเวลาที่เสียไป
ควรเจรจาชดเชยแทนการส่งกลับเมื่อไหร่
บางกรณีการส่งกลับจีนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักมาก มูลค่าไม่สูง หรือส่งกลับแล้วใช้เวลานาน
กรณีที่ควรเจรจาชดเชยแทน เช่น
ค่าส่งกลับสูงกว่ามูลค่าสินค้า
สินค้าเสียหายเล็กน้อย
สินค้าใช้งานได้บางส่วน
โรงงานยอมคืนเงินบางส่วน
โรงงานยอมส่งชิ้นใหม่ในรอบถัดไป
ต้องการลดเวลาและลดต้นทุน
ในทางธุรกิจ การเคลมที่ดีไม่จำเป็นต้องจบด้วยการส่งสินค้ากลับเสมอไป แต่ควรเลือกวิธีที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับต้นทุน เวลา และโอกาสในการขาย
การแพ็คสินค้าสำคัญมากก่อนส่งออก
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเคลมคือการแพ็กสินค้าไม่เหมาะสม สินค้าบางชนิดอาจไม่ได้เสียหายจากตัวสินค้าเอง แต่เสียหายจากแรงกระแทก การซ้อนทับ ความชื้น หรือการรั่วซึมระหว่างขนส่ง
การแพ็กสินค้าที่ดีควรคำนึงถึงประเภทสินค้าเป็นหลัก
สินค้าทั่วไปควรใช้กล่องที่แข็งแรงและปิดผนึกให้แน่น
สินค้าที่แตกหักง่ายควรใช้วัสดุกันกระแทกหลายชั้น
สินค้าของเหลวควรป้องกันการรั่วซึมให้รัดกุม
สินค้ามูลค่าสูงควรถ่ายรูปก่อนส่งทุกครั้ง
สินค้าหลายชิ้นควรแยกแพ็กและติดฉลากให้ชัดเจน
การแพ็กที่ดีช่วยลดโอกาสเสียหาย ลดปัญหาการโต้แย้ง และช่วยให้การเคลมง่ายขึ้นหากเกิดปัญหา
ซื้อประกันขนส่งดีไหม
การซื้อประกันขนส่งเป็นอีกเรื่องที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่มีความเสี่ยงเสียหายระหว่างทาง
จากเงื่อนไขการประกันในใบเสนอราคา การซื้อประกันคิดจากมูลค่าสินค้าตามจริง 5% และเป็นทางเลือกตามความต้องการของลูกค้า
หากซื้อประกัน เมื่อเกิดปัญหาตามเงื่อนไข บริษัทจะดำเนินการเคลมตามมูลค่าสินค้าจริง
แต่หากไม่ได้ซื้อประกัน การชดเชยจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมมูลค่าสินค้าทั้งหมด
ดังนั้น หากสินค้ามีมูลค่าสูง แนะนำให้พิจารณาซื้อประกัน เพราะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้วางแผนธุรกิจได้มั่นใจมากขึ้น
กรณีเคลมสินค้า แบ่งออกเป็น 2 กรณี
กรณีที่ 1 ซื้อประกันสินค้า
หากลูกค้าซื้อประกันสินค้า ทางบริษัทจะดำเนินการเคลม 100% ของมูลค่าสินค้าตามจริงตามเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีนี้เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูง สินค้าที่เสียหายแล้วกระทบต่อธุรกิจ หรือสินค้าที่ต้องการลดความเสี่ยงในการขนส่ง
กรณีที่ 2 ไม่ได้ซื้อประกันสินค้า
หากไม่ได้ซื้อประกันสินค้า การชดเชยจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยอ้างอิงจากค่าขนส่ง ไม่ใช่มูลค่าสินค้าทั้งหมด
ดังนั้น ก่อนส่งสินค้า ควรประเมินความเสี่ยงให้ดีว่าสินค้ามีมูลค่าสูงแค่ไหน และหากเกิดความเสียหาย จะรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด
ก่อนส่งออก ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้ครบ
เพื่อให้การส่งออกสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความผิดพลาด ควรเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้น
ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่
ชื่อสินค้า
รูปสินค้า
ประเภทสินค้า
น้ำหนักสินค้า
จำนวนสินค้า
ประเทศปลายทาง
ข้อมูลผู้ส่ง
ข้อมูลผู้รับ
มูลค่าสินค้า
เงื่อนไขพิเศษของสินค้า
รูปการแพ็กสินค้า
การเตรียมข้อมูลครบจะช่วยให้ประเมินราคาได้ไวขึ้น ลดการสอบถามซ้ำ และช่วยให้จัดการขนส่งได้ราบรื่นมากขึ้น
ตัวอย่างการเลือกวิธีจัดการเมื่อสินค้ามีปัญหา
ตัวอย่างที่ 1 สินค้ามูลค่าสูงและโรงงานรับผิดชอบ
หากสินค้ามูลค่า 50,000 บาท และค่าส่งกลับจีน 5,400 บาท โดยโรงงานยืนยันว่าจะเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ กรณีนี้อาจคุ้มค่าที่จะส่งกลับ เพราะมูลค่าสินค้าสูงกว่าค่าส่งมาก
ตัวอย่างที่ 2 สินค้ามูลค่าต่ำกว่าค่าส่งกลับ
หากสินค้ามูลค่า 2,000 บาท แต่ค่าส่งกลับจีน 3,000 บาท กรณีนี้อาจไม่คุ้มที่จะส่งกลับ ควรเจรจาให้โรงงานคืนเงินบางส่วนหรือส่งสินค้าใหม่ในออเดอร์ถัดไปแทน
ตัวอย่างที่ 3 สินค้าเสียหายเล็กน้อยแต่ยังขายได้
หากสินค้าเสียหายเพียงเล็กน้อยและยังสามารถขายลดราคาได้ อาจไม่จำเป็นต้องส่งกลับจีน แต่ควรใช้หลักฐานในการเจรจาขอส่วนลดหรือเครดิตจากโรงงาน
วิธีลดต้นทุนการส่งออกสินค้า
การลดต้นทุนการส่งออกไม่ได้หมายถึงการเลือกค่าส่งที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความเหมาะสมของสินค้า ความเสี่ยง และความคุ้มค่ารวมด้วย
วิธีลดต้นทุนที่ทำได้จริง ได้แก่
แยกประเภทสินค้าให้ถูกตั้งแต่แรก
ชั่งน้ำหนักให้แม่นยำ
รวมรอบส่งให้เหมาะสม
แพ็กสินค้าให้ปลอดภัย
ตรวจสอบปลายทางให้ชัดเจน
ซื้อประกันเมื่อสินค้ามีมูลค่าสูง
เจรจาเงื่อนไขเคลมกับโรงงานก่อนส่งกลับ
เก็บหลักฐานทุกครั้งก่อนส่งสินค้า
การวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้นช่วยลดต้นทุนแฝงได้มาก โดยเฉพาะต้นทุนจากสินค้าส่งผิด เสียหาย เคลมยาก หรือส่งกลับโดยไม่คุ้มค่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศคิดค่าส่งอย่างไร
ค่าส่งคิดจากน้ำหนักสินค้า คูณกับเรทราคาต่อกิโลกรัมตามประเทศปลายทางและประเภทสินค้า
ส่งเคลมสินค้ากลับจีนต้องทำอย่างไร
ควรตรวจสอบปัญหา เก็บหลักฐาน ติดต่อโรงงาน ตกลงวิธีเคลม และคำนวณค่าส่งกลับจีนก่อนตัดสินใจส่งจริง
สินค้าละเอียดอ่อนคืออะไร
สินค้าละเอียดอ่อนคือสินค้าที่มีเงื่อนไขในการขนส่งมากกว่าสินค้าทั่วไป อาจต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนประเมินราคา
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุมคืออะไร
สินค้าลิขสิทธิ์ ควบคุม คือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เครื่องหมายการค้า หรือสินค้าที่มีเงื่อนไขเฉพาะในการขนส่ง
ซื้อประกันขนส่งจำเป็นไหม
ไม่บังคับ แต่หากสินค้ามีมูลค่าสูง แนะนำให้พิจารณาซื้อประกัน เพราะช่วยลดความเสี่ยงหากเกิดความเสียหายหรือสูญหายตามเงื่อนไข
ถ้าค่าส่งกลับจีนแพงกว่าราคาสินค้าควรทำอย่างไร
ควรเจรจากับโรงงานเพื่อขอคืนเงินบางส่วน ส่งสินค้าใหม่ในรอบถัดไป หรือหักเครดิตในออเดอร์ถัดไป แทนการส่งสินค้ากลับ
สรุป
การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจขั้นตอนและวางแผนต้นทุนให้ถูกต้องตั้งแต่แรก สิ่งสำคัญคือการรู้ประเภทสินค้า รู้ประเทศปลายทาง รู้วิธีคิดค่าขนส่ง และรู้วิธีจัดการเมื่อเกิดปัญหาต้องส่งเคลมกลับจีน
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าไปต่างประเทศ หรือมีปัญหาต้องส่งเคลมสินค้ากลับจีน ควรเริ่มจากการเตรียมข้อมูลสินค้าให้ครบ ตรวจสอบประเภทสินค้าให้ถูกต้อง และคำนวณต้นทุนก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
หากต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ หรือต้องการประเมินค่าส่งเคลมสินค้ากลับจีน สามารถส่งรายละเอียดสินค้า น้ำหนัก ปลายทาง และรูปสินค้าให้ทีมงานช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้ เพื่อให้วางแผนต้นทุนได้ชัดเจนก่อนส่งจริง
CTM Manage Intertrade พร้อมให้คำปรึกษาด้านการนำเข้า–ส่งออกสินค้า ช่วยประเมินประเภทสินค้า คำนวณค่าขนส่ง และดูแลขั้นตอนการขนส่งให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
LINE OA: @ctmmanageinter
Website: ctmmanageinter.com














