ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดจากอะไรบ้าง? คิดยังไง ?
News 16 June 2026 Tar

ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดจากอะไรบ้าง? คิดยังไง ?


ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดจากอะไรบ้าง? เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน หนึ่งในเรื่องที่ทำให้สับสนมากที่สุดคือ “ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดยังไง?”
บางคนถามเป็นกิโล บางคนถามเป็นคิว บางคนเห็นราคาทางรถกับทางเรือไม่เท่ากัน บางคนสินค้าน้ำหนักเบาแต่ค่าขนส่งสูง หรือบางคนสินค้ากล่องเล็กแต่หนักมากจนราคาไม่เป็นไปตามที่คิด

ความจริงแล้ว ค่าขนส่งจีนมาไทยไม่ได้คิดจากน้ำหนักอย่างเดียว และไม่ได้คิดจากขนาดอย่างเดียว แต่จะดูหลายอย่างประกอบกัน เช่น ขนาดสินค้า น้ำหนักสินค้า ประเภทสินค้า เส้นทางขนส่ง เมืองต้นทาง วิธีขนส่ง และบริการจัดส่งในไทย

บทความนี้จะอธิบายแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ ว่าค่าขนส่งจีนมาไทยของ CTM คิดจากอะไรบ้าง ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และมีจุดไหนที่ควรรู้ก่อนเริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน เพื่อให้วางแผนต้นทุนได้แม่นขึ้น ลดความเสี่ยงขาดทุน และขายสินค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น


 

ทำไมมือใหม่ต้องเข้าใจค่าขนส่งจีนมาไทยก่อนสั่งสินค้า?

หลายคนเริ่มต้นนำเข้าสินค้าจากจีนเพราะเห็นว่าสินค้าต้นทางราคาถูก โรงงานมีให้เลือกเยอะ และมีโอกาสทำกำไรได้ดี แต่ปัญหาที่เจอบ่อยคือ คิดต้นทุนแค่ราคาสินค้า แล้วลืมรวมค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ตัวอย่างเช่น เห็นสินค้าจากจีนชิ้นละ 50 บาท คิดว่าจะนำมาขาย 99 บาทแล้วมีกำไรแน่นอน แต่พอรวมค่าขนส่งจากจีนมาไทย ค่าขนส่งในจีน ค่าจัดส่งในไทย ค่าแพ็กสินค้า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต้นทุนจริงอาจสูงกว่าที่คิด

นี่คือเหตุผลว่าทำไมก่อนสั่งสินค้าจากจีน ควรเข้าใจเรื่องค่าขนส่งก่อน เพราะค่าขนส่งมีผลโดยตรงกับ

  • ต้นทุนต่อชิ้น

  • ราคาขายหน้าร้าน

  • กำไรจริง

  • จำนวนขั้นต่ำที่ควรสั่ง

  • วิธีขนส่งที่เหมาะสม

  • ความเสี่ยงเรื่องสินค้าเสียหายหรือสูญหาย

  • การวางแผนสต็อกสินค้า

ถ้าเข้าใจตั้งแต่แรก จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า สินค้าตัวนี้ควรนำเข้าหรือไม่ ควรส่งทางรถหรือทางเรือ และควรสั่งจำนวนเท่าไหร่ถึงจะคุ้ม


ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดจากอะไรบ้าง?

โดยหลัก ๆ แล้ว ค่าขนส่งจีนมาไทยจะพิจารณาจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้

  1. ขนาดสินค้า หรือ CBM

  2. น้ำหนักสินค้า

  3. ประเภทสินค้า

  4. วิธีขนส่ง ทางรถหรือทางเรือ

  5. เมืองต้นทางในจีน เช่น Guangzhou หรือ Yiwu

  6. จำนวนสินค้าและปริมาณรวม

  7. ค่าจัดส่งภายในไทย

  8. เงื่อนไขสินค้า เช่น สินค้าทั่วไป สินค้าอาหาร สินค้าแบรนด์ หรือสินค้าที่ต้องเช็กพิเศษ

  9. การประกันสินค้า

  10. เงื่อนไขการรับสินค้าและการเซ็นรับของ

ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าแยกออกทีละข้อจะเข้าใจง่ายมาก เพราะจริง ๆ แล้วระบบคิดค่าขนส่งมีหลักสำคัญอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ดูขนาด ดูน้ำหนัก ดูประเภทสินค้า แล้วเลือกวิธีขนส่งให้เหมาะสม


CBM คืออะไร? ทำไมค่าขนส่งจีนมาไทยต้องคิดเป็นคิว?

คำว่า CBM ย่อมาจาก Cubic Meter หรือที่หลายคนเรียกว่า คิว
เป็นหน่วยวัดปริมาตรของสินค้า ใช้ดูว่าสินค้านั้นกินพื้นที่ในรถหรือตู้คอนเทนเนอร์มากแค่ไหน

สูตรคำนวณ CBM คือ

กว้าง x ยาว x สูง ÷ 1,000,000

โดยต้องใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร

ตัวอย่างเช่น กล่องสินค้าขนาด
กว้าง 50 ซม. x ยาว 60 ซม. x สูง 40 ซม.

คำนวณได้เป็น

50 x 60 x 40 ÷ 1,000,000 = 0.12 CBM

ถ้ามีทั้งหมด 10 กล่อง

0.12 x 10 = 1.2 CBM

นั่นแปลว่าสินค้าล็อตนี้มีปริมาตรรวม 1.2 CBM หรือ 1.2 คิว

CBM สำคัญมาก เพราะสินค้าบางอย่างไม่ได้หนัก แต่กล่องใหญ่มาก เช่น ตุ๊กตา หมอน กล่องพลาสติก ชั้นวางของ ของใช้ในบ้าน หรือสินค้าที่แพ็กมาแบบกินพื้นที่ สินค้าเหล่านี้จะใช้พื้นที่บนรถหรือตู้เยอะ ทำให้ต้องคิดค่าขนส่งจากขนาดเป็นหลัก


น้ำหนักสินค้าก็สำคัญ ไม่ใช่ดูแค่ขนาดอย่างเดียว

นอกจากขนาดสินค้าแล้ว น้ำหนักสินค้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการคิดค่าขนส่งจีนมาไทย

สินค้าบางอย่างกล่องไม่ใหญ่ แต่มีน้ำหนักมาก เช่น

  • อะไหล่โลหะ

  • น็อต สกรู

  • เครื่องมือช่าง

  • อุปกรณ์เหล็ก

  • อุปกรณ์ทองเหลือง

  • เครื่องจักรขนาดเล็ก

  • วัสดุก่อสร้างบางประเภท

สินค้ากลุ่มนี้ถ้าดูแค่ CBM อาจเหมือนใช้พื้นที่น้อย แต่ความจริงมีน้ำหนักสูงมาก ซึ่งมีผลกับการบรรทุก การจัดเรียงสินค้า และต้นทุนขนส่ง

ตามเงื่อนไขของ CTM จะมีหลักสำคัญคือ

1 CBM ต้องไม่เกิน 400 KG
ถ้าน้ำหนักเกิน 400 KG ต่อ 1 CBM จะต้องคำนวณตามน้ำหนัก โดยแปลงน้ำหนักออกมาเป็น CBM เพื่อใช้คิดค่าขนส่ง

พูดให้เข้าใจง่ายคือ ถ้าสินค้าหนักเกินเกณฑ์ จะไม่ได้คิดจากขนาดอย่างเดียว แต่จะเอาน้ำหนักมาคำนวณร่วมด้วย


ตัวอย่างการคิดกรณีน้ำหนักเกิน 400 KG ต่อ 1 CBM

สมมติว่าสินค้าของคุณมีขนาดรวม 1 CBM แต่น้ำหนักรวม 800 KG

ตามเงื่อนไข 1 CBM ไม่ควรเกิน 400 KG
ดังนั้นถ้าสินค้าหนัก 800 KG จะต้องนำมาคำนวณใหม่

สูตรเข้าใจง่ายคือ

น้ำหนักจริง ÷ 400 = CBM ที่ใช้คิดราคา

ตัวอย่าง:

800 ÷ 400 = 2 CBM

แม้ว่าขนาดจริงจะเป็น 1 CBM แต่เพราะน้ำหนักสูงมาก จึงอาจต้องคิดค่าขนส่งเทียบเท่า 2 CBM

นี่คือเหตุผลที่บางคนสงสัยว่า
“ของกล่องเล็กเอง ทำไมค่าขนส่งแพง?”

คำตอบคือ เพราะสินค้านั้นอาจมีน้ำหนักสูงเกินเกณฑ์ ทำให้ต้องคิดตามน้ำหนัก ไม่ใช่ขนาดอย่างเดียว


สินค้าเบาแต่กล่องใหญ่ คิดยังไง?

สินค้าบางประเภทมีน้ำหนักเบา แต่กล่องใหญ่และกินพื้นที่มาก เช่น หมอน ตุ๊กตา กล่องพลาสติก ตะกร้า ของแต่งบ้าน หรือสินค้าประเภทแฟชั่นที่แพ็กมาแบบหลวม ๆ

สินค้ากลุ่มนี้อาจไม่ได้หนักมาก แต่ใช้พื้นที่ในตู้เยอะ ทำให้ค่าขนส่งมักคิดจาก CBM หรือปริมาตรเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น สินค้าหนักแค่ 80 KG แต่ขนาดรวม 2 CBM
ในกรณีนี้ค่าขนส่งจะดูที่ 2 CBM เพราะสินค้ากินพื้นที่จริงบนรถหรือตู้คอนเทนเนอร์

ดังนั้น สินค้าเบาแต่กล่องใหญ่ไม่ได้แปลว่าค่าส่งจะถูกเสมอไป เพราะการขนส่งต้องดูว่าใช้พื้นที่มากแค่ไหน

ถ้าอยากลดต้นทุนสำหรับสินค้ากล่องใหญ่ ควรให้โรงงานช่วยแพ็กให้กระชับขึ้น ลดพื้นที่ว่างในกล่อง และเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใหญ่เกินจำเป็น


สินค้าหนักแต่กล่องเล็ก ก็ต้องระวัง

ในทางกลับกัน สินค้าบางอย่างกล่องเล็กมาก แต่มีน้ำหนักสูง เช่น

  • อะไหล่โลหะ
  • ทองเหลือง
  • น็อต
  • สกรู
  • เหล็ก
  • เครื่องมือช่าง
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรม

สินค้ากลุ่มนี้อาจดูเหมือนไม่กินพื้นที่ แต่เมื่อชั่งน้ำหนักจริงกลับหนักมาก ซึ่งน้ำหนักมีผลต่อค่าขนส่งโดยตรง

ตัวอย่างเช่น กล่องเล็ก 1 กล่อง แต่หนักหลายสิบกิโลกรัม หากรวมหลายกล่องอาจทำให้น้ำหนักรวมสูงมาก และอาจเกินเกณฑ์ 400 KG ต่อ 1 CBM ได้

เพราะฉะนั้น หากคุณนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม หรือสินค้าที่ทำจากโลหะ ควรแจ้งน้ำหนักต่อกล่องและจำนวนกล่องให้ครบ เพื่อให้ทีมงานประเมินค่าขนส่งได้ถูกต้อง

การแจ้งแค่ “กล่องไม่ใหญ่” อาจไม่พอ เพราะสิ่งที่ต้องดูควบคู่กันคือ กล่องเล็กแค่ไหน และหนักเท่าไหร่


ประเภทสินค้าแต่ละแบบ เรทไม่เท่ากัน

ค่าขนส่งจีนมาไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ ประเภทสินค้า ด้วย

โดยตามใบเสนอราคาของ CTM จะแบ่งประเภทสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. สินค้าทั่วไป
  2. สินค้าพิเศษ / อาหาร
  3. สินค้าแบรนด์

สินค้าทั่วไปมักมีเงื่อนไขไม่ซับซ้อน เช่น ของใช้ทั่วไป สินค้าพลาสติก สินค้าแฟชั่นบางประเภท หรือสินค้าที่ไม่มีข้อจำกัดพิเศษ

สินค้าพิเศษหรืออาหาร อาจต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ลักษณะสินค้า บรรจุภัณฑ์ เงื่อนไขการขนส่ง และความเหมาะสมของช่องทาง

สินค้าแบรนด์จะมีความละเอียดมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า เอกสาร หรือเงื่อนไขเฉพาะในการขนส่ง

ดังนั้นก่อนสั่งซื้อ ควรเช็กก่อนว่าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มไหน เพราะแต่ละประเภทมีเรทและเงื่อนไขไม่เหมือนกัน


ตารางเรทราคา CTM สำหรับขนส่งจีนมาไทย

จากใบเสนอราคาของ CTM เรทค่าขนส่งจีนมาไทยแบ่งตามประเภทสินค้าและช่องทางขนส่ง ดังนี้

สินค้าทั่วไป

  • ทางรถ: 5,000 บาท / CBM
  • ทางเรือ: 3,000 บาท / CBM

สินค้าพิเศษ / อาหาร

  • ทางรถ: 5,900 บาท / CBM
  • ทางเรือ: 4,200 บาท / CBM

สินค้าแบรนด์

  • ทางรถ: 6,800 บาท / CBM
  • ทางเรือ: 4,900 บาท / CBM

เรทราคานี้ใช้กับต้นทางหลักอย่าง Guangzhou และ Yiwu ตามใบเสนอราคาของ CTM

จะเห็นได้ว่า ทางรถมีราคาสูงกว่าทางเรือ เพราะเหมาะกับสินค้าที่ต้องการความเร็ว ส่วนทางเรือจะช่วยคุมต้นทุนได้ดีกว่า เหมาะกับสินค้าปริมาณมากหรือสินค้าที่ไม่เร่งด่วน

สำหรับลูกค้าที่มีสินค้ามากกว่า 200 CBM สามารถต่อรองราคาได้ เหมาะกับลูกค้ารายใหญ่หรือธุรกิจที่มีการนำเข้าเป็นประจำ


ทางรถหรือทางเรือ เลือกแบบไหนดี?

การขนส่งจีนมาไทยหลัก ๆ ที่นิยมใช้คือ ทางรถ และ ทางเรือ ซึ่งเหมาะกับคนละรูปแบบธุรกิจ

ทางรถ

ทางรถเหมาะกับคนที่ต้องการความเร็ว เช่น

  • ต้องการเติมสต็อกด่วน
  • มีออเดอร์รออยู่
  • สินค้าขายดีและรอของนานไม่ได้
  • ต้องการหมุนรอบสินค้าเร็ว

ข้อดีของทางรถคือถึงไวกว่า แต่ค่าขนส่งจะสูงกว่าทางเรือ

ทางเรือ

ทางเรือเหมาะกับคนที่ต้องการคุมต้นทุน เช่น

  • สินค้าปริมาณมาก
  • ไม่ได้รีบใช้สินค้า
  • วางแผนสต็อกล่วงหน้า
  • ต้องการลดต้นทุนต่อหน่วย

ข้อดีของทางเรือคือประหยัดกว่า เหมาะกับธุรกิจที่วางแผนการนำเข้าได้ดี

สรุปง่าย ๆ คือ

ต้องการความเร็ว = ทางรถ
ต้องการประหยัดต้นทุน = ทางเรือ

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเหมาะกับช่องทางไหน ควรให้ทีมงานช่วยดูจากขนาด น้ำหนัก ประเภทสินค้า และความเร่งด่วนในการใช้งาน


Guangzhou และ Yiwu ส่งเข้าโกดัง CTM

ต้นทางในจีนก็มีผลกับต้นทุนเช่นกัน เพราะโรงงานแต่ละแห่งอยู่คนละเมือง บางโรงงานอยู่ใกล้โกดังจีน บางโรงงานอยู่ไกลกว่า ทำให้ค่าขนส่งภายในจีนอาจแตกต่างกัน

ในใบเสนอราคาของ CTM มีต้นทางหลักคือ

  • Guangzhou
  • Yiwu

ทั้งสองพื้นที่สามารถส่งสินค้าเข้าโกดัง CTM ได้ และใช้เรทขนส่งจีนมาไทยตามประเภทสินค้าและช่องทางที่ระบุไว้

อย่างไรก็ตาม แม้เรทขนส่งจากโกดังจีนมาไทยจะชัดเจน แต่ลูกค้าควรเช็กเพิ่มเรื่องค่าขนส่งจากโรงงานมายังโกดังจีนด้วย เพราะบางโรงงานอาจมีค่าจัดส่งภายในจีนเพิ่มเติม

ดังนั้น ก่อนสั่งสินค้า ควรถามโรงงานให้ชัดว่า

  • โรงงานอยู่เมืองไหน
  • ส่งเข้าโกดังจีนได้ไหม
  • มีค่าขนส่งในจีนเท่าไหร่
  • ใช้เวลากี่วันถึงโกดัง

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินต้นทุนรวมได้แม่นขึ้น


นำเข้ามากกว่า 200 CBM ต่อรองราคาได้

สำหรับลูกค้าที่นำเข้าสินค้าปริมาณมาก ตามใบเสนอราคา CTM ระบุว่า

สินค้ามีจำนวนมากกว่า 200 CBM สามารถต่อรองราคาได้

เงื่อนไขนี้เหมาะกับลูกค้ารายใหญ่ เช่น

  • เจ้าของแบรนด์
  • ร้านค้าส่ง
  • ผู้นำเข้าสินค้าประจำ
  • ธุรกิจที่มีรอบนำเข้าต่อเนื่อง
  • บริษัทที่ต้องการลดต้นทุนระยะยาว
  • ลูกค้าที่ต้องการวางแผนต้นทุนล่วงหน้า

การนำเข้าปริมาณมากช่วยให้ต่อรองราคาได้ง่ายขึ้น และช่วยให้คำนวณต้นทุนต่อหน่วยได้ชัดเจนกว่าเดิม

ถ้าธุรกิจของคุณมีสินค้าปริมาณมาก หรือมีแผนนำเข้าเป็นประจำ การคุยเรทล่วงหน้ากับทีม CTM จะช่วยให้วางแผนต้นทุนได้เป็นระบบมากขึ้น


ถึงไทยแล้ว ส่งต่อยังไง?

เมื่อสินค้าจากจีนมาถึงไทยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดส่งจากโกดังไทยไปยังลูกค้า ซึ่งค่าจัดส่งในไทยจะขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า พื้นที่จัดส่ง และรูปแบบการส่ง

จากเงื่อนไขของ CTM มีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • ขั้นต่ำการจัดส่งคิดที่ 1 CBM
  • สินค้า 3 CBM ขึ้นไป มีเงื่อนไขจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • สินค้าไม่ถึง 1 CBM อาจต้องรอรอบส่ง 1–2 วัน หรือมีค่าบริการเพิ่มเติมตามระยะทาง
  • สินค้าชิ้นเล็กจัดส่งผ่าน Flash Express หรือ J&T โดยคิดค่าขนส่งตามจริง
  • กรณีส่งต่อไปขนส่งเอกชนบางพื้นที่ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

ดังนั้น ค่าขนส่งจีนมาไทยไม่ใช่ต้นทุนสุดท้ายเสมอไป ต้องดูต่อด้วยว่าสินค้าจะส่งต่อไปที่ไหนในประเทศไทย

ถ้าต้องการประเมินต้นทุนให้ครบ ควรแจ้งปลายทางในไทยตั้งแต่แรก เช่น จังหวัด อำเภอ หรือพื้นที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานประเมินค่าใช้จ่ายได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น


สินค้าชิ้นเล็ก มีขั้นต่ำ 0.02 CBM

สำหรับสินค้าชิ้นเล็กมาก ๆ หลายคนอาจคิดว่าค่าขนส่งจะคิดตามขนาดจริงแบบละเอียด แต่ในความเป็นจริงจะมีขั้นต่ำในการคิดราคา

ตามเงื่อนไขของ CTM ระบุว่า

สินค้าที่ต่ำกว่า 0.02 CBM จะคิดเป็น 0.02 CBM ต่อบิลทุกกรณี

ตัวอย่างเช่น สินค้าของคุณมีปริมาตรจริง 0.01 CBM
ระบบจะคิดขั้นต่ำเป็น 0.02 CBM

เหตุผลคือ แม้สินค้าจะชิ้นเล็ก แต่ยังมีต้นทุนในการรับสินค้า แยกบิล จัดการสินค้า ติดตามสินค้า และจัดส่งเหมือนกัน

ดังนั้น ถ้าคุณสั่งสินค้าชิ้นเล็กมาก ๆ ควรรู้เงื่อนไขขั้นต่ำนี้ไว้ เพื่อไม่ให้ตกใจตอนคำนวณค่าขนส่งจริง


เช็กก่อนเซ็นรับสินค้าทุกครั้ง

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การตรวจสินค้าก่อนเซ็นรับ

ตามเงื่อนไขของ CTM ระบุว่า เมื่อลูกค้าเซ็นรับสินค้าแล้ว หากสินค้าเสียหายหรือจำนวนไม่ครบ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบทุกกรณี

ดังนั้น ก่อนเซ็นรับสินค้ากับพนักงานจัดส่ง ควรตรวจเช็กให้เรียบร้อย เช่น

  • จำนวนกล่องครบไหม
  • กล่องมีรอยฉีกขาดไหม
  • กล่องบุบหรือเสียหายผิดปกติไหม
  • สินค้าตรงกับรายการหรือไม่
  • มีร่องรอยเสียหายระหว่างขนส่งหรือไม่

ถ้าพบความผิดปกติ ควรถ่ายรูปเก็บหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีก่อนเซ็นรับสินค้า

ขั้นตอนนี้อาจดูเล็กน้อย แต่ช่วยป้องกันปัญหาภายหลังได้มาก เพราะหลังจากเซ็นรับแล้ว การตรวจสอบย้อนหลังจะทำได้ยากกว่าเดิม


สินค้ามีมูลค่าสูง ควรคิดเรื่องประกัน

หากสินค้าของคุณมีมูลค่าสูง การซื้อประกันสินค้าเป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา เพราะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการนำเข้า

ตามเงื่อนไขของ CTM ลูกค้าสามารถซื้อประกันสินค้าได้ โดยค่าประกันคิดจาก

5% ของมูลค่าสินค้าตามจริง

สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกัน หากเกิดความเสียหายตามเงื่อนไข บริษัทจะชดใช้ตามมูลค่าสินค้าจริง 100%

แต่ถ้าไม่ได้ซื้อประกัน กรณีสินค้าสูญหาย บริษัทชดใช้ตามเงื่อนไขคือ 3 เท่าของค่าขนส่ง

ดังนั้น ถ้าสินค้าของคุณมีมูลค่าสูง เช่น สินค้าแบรนด์ สินค้าล็อตใหญ่ สินค้าที่ต้นทุนสูง หรือสินค้าที่หากเสียหายแล้วกระทบยอดขายมาก การซื้อประกันจะช่วยให้วางแผนความเสี่ยงได้ดีขึ้น


สินค้าบางประเภทต้องเช็กก่อนส่ง

สินค้าบางประเภทมีความเสี่ยงหรือข้อจำกัดมากกว่าสินค้าทั่วไป จึงควรแจ้งรายละเอียดให้ทีมงานตรวจสอบก่อนส่งทุกครั้ง

ตัวอย่างสินค้าที่ควรเช็กก่อน ได้แก่

  • สินค้าแตกง่าย
  • ของเหลว
  • สารเคมี
  • อาหาร
  • สินค้าพิเศษ
  • สินค้าที่ต้องดูเงื่อนไขเฉพาะ
  • สินค้าที่ต้องแพ็กเป็นพิเศษ

สินค้ากลุ่มนี้ควรแจ้งรายละเอียดให้ครบ เช่น รูปสินค้า ส่วนประกอบ วิธีแพ็ก จำนวน ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสินค้า เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินว่าควรส่งแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

การเช็กก่อนส่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าเสียหาย ส่งไม่ได้ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง


อยากลดค่าขนส่ง ต้องวางแผนก่อนสั่ง

ถ้าต้องการลดค่าขนส่งจีนมาไทย สิ่งสำคัญคือการวางแผนตั้งแต่ก่อนสั่งสินค้า ไม่ใช่รอให้สินค้าถึงโกดังแล้วค่อยแก้

วิธีช่วยลดค่าขนส่ง ได้แก่

1. ขอขนาดกล่องจากโรงงาน

ควรถามโรงงานว่า 1 กล่องมีขนาดเท่าไหร่ กว้าง ยาว สูงกี่เซนติเมตร และสินค้าทั้งหมดมีกี่กล่อง

2. เช็กน้ำหนักต่อกล่อง

ต้องรู้ว่าสินค้าหนักเท่าไหร่ต่อกล่อง และน้ำหนักรวมทั้งล็อตเท่าไหร่ เพื่อดูว่าเกิน 400 KG ต่อ 1 CBM หรือไม่

3. เลือกช่องทางขนส่งให้เหมาะ

ถ้ารีบใช้สินค้า เลือกทางรถ
ถ้าต้องการประหยัดต้นทุน เลือกทางเรือ
การเลือกให้เหมาะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

4. วางแผนรอบสั่งซื้อ

ไม่ควรสั่งน้อยเกินไปจนต้นทุนต่อชิ้นสูง และไม่ควรสั่งเยอะเกินไปจนเงินจม ควรวางแผนจากยอดขายจริงและรอบสต็อกสินค้า

5. แพ็กสินค้าให้เหมาะสม

สินค้าที่แพ็กหลวมเกินไปจะกินพื้นที่มาก ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น ควรให้โรงงานแพ็กสินค้าให้กระชับและปลอดภัย

การลดค่าขนส่งไม่ได้แปลว่าต้องเลือกทางที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกวิธีที่เหมาะกับสินค้าและธุรกิจของคุณมากที่สุด


นำเข้าสินค้าจากจีน วางแผนง่ายขึ้นกับ CTM

ค่าขนส่งจีนมาไทยอาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าเข้าใจหลักการสำคัญ เช่น CBM น้ำหนัก 400 KG ประเภทสินค้า ทางรถ ทางเรือ ค่าจัดส่งในไทย และเงื่อนไขขั้นต่ำ ก็จะช่วยให้วางแผนต้นทุนได้ง่ายขึ้นมาก

CTM Manage Intertrade ช่วยดูแลการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทย พร้อมช่วยประเมินค่าขนส่งจากข้อมูลจริงของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจต้นทุนก่อนเริ่มนำเข้า

บริการของ CTM เหมาะสำหรับ

  • มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน
  • ร้านค้าออนไลน์
  • เจ้าของแบรนด์
  • ลูกค้าที่สั่งสินค้าจากหลายโรงงาน
  • ธุรกิจที่ต้องการนำเข้าสินค้าปริมาณมาก
  • ผู้ประกอบการที่ต้องการวางแผนต้นทุนอย่างจริงจัง

หากคุณกำลังจะนำเข้าสินค้าจากจีน และอยากรู้ว่าสินค้าของคุณควรคิดค่าขนส่งแบบไหน ส่งทางรถหรือทางเรือคุ้มกว่า หรืออยู่ในประเภทสินค้าอะไร สามารถปรึกษาทีม CTM เพื่อช่วยประเมินก่อนเริ่มสั่งซื้อได้เลย

LINE: @ctmmanageinter
Website: ctmmanageinter.com


สรุป: ค่าขนส่งจีนมาไทยคิดจากอะไรบ้าง?

ค่าขนส่งจีนมาไทยไม่ได้คิดจากราคาสินค้าหรือระยะทางอย่างเดียว แต่ต้องดูหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่

  • ขนาดสินค้า หรือ CBM
  • น้ำหนักสินค้า หรือ KG
  • เงื่อนไข 1 CBM ไม่เกิน 400 KG
  • ประเภทสินค้า
  • ช่องทางขนส่ง ทางรถหรือทางเรือ
  • ต้นทางในจีน เช่น Guangzhou และ Yiwu
  • ปริมาณสินค้ารวม
  • ค่าจัดส่งในไทย
  • ขั้นต่ำ 0.02 CBM
  • การตรวจสินค้าก่อนเซ็นรับ
  • ประกันสินค้า
  • ข้อยกเว้นของสินค้าบางประเภท
  • การวางแผนเพื่อลดต้นทุน

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มนำเข้าคือ เตรียมข้อมูลสินค้าให้ครบ ได้แก่ รูปสินค้า ชื่อสินค้า จำนวน ขนาดกล่อง น้ำหนักต่อกล่อง จำนวนกล่อง เมืองต้นทาง และปลายทางในไทย

ยิ่งข้อมูลครบ ทีมงานก็จะยิ่งช่วยประเมินค่าขนส่งได้แม่นขึ้น และช่วยให้คุณวางแผนต้นทุนได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มนำเข้า

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
สอบถามเพิ่มเติม
1

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

CTM Manage Inter

ติดตั้งแอปเพื่อใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น!

ผู้ใช้ iOS (iPhone/iPad)
แตะที่ไอคอน (แชร์) ด้านล่าง
แล้วเลือก "เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม"
(Add to Home Screen)
กำลังโหลดเพลง...