Freight Forwarder คืออะไร? ทำไมธุรกิจนำเข้า–ส่งออกถึงควรมีคนช่วยดูแล
Forwarder คืออะไร? ทำไมธุรกิจนำเข้า–ส่งออกถึงควรมีคนช่วยดูแล
เวลานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หลายคนมักคิดว่าแค่หาร้านค้า จ่ายเงิน แล้วรอของมาถึงก็พอ
แต่เมื่อเริ่มทำจริง จะพบว่าระหว่างร้านค้าต้นทางกับโกดังปลายทาง มีรายละเอียดให้จัดการอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าจากโรงงาน การรวมสินค้า การจองรถหรือเรือ เอกสารขนส่ง การผ่านพิธีการ ติดตามสถานะ รวมถึงการจัดส่งต่อเมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย
หากต้องติดต่อทุกฝ่ายด้วยตัวเอง ผู้ประกอบการอาจต้องคุยกับโรงงาน คนขับรถ คลังสินค้า สายเรือ ตัวแทนศุลกากร และบริษัทขนส่งในไทยแยกกันหลายเจ้า
ตรงนี้เองที่ Freight Forwarder เข้ามาช่วย
พูดแบบเข้าใจง่าย Freight Forwarder คือคนกลางที่ช่วยวางแผนและประสานงานให้สินค้าจากต้นทางเดินทางไปถึงปลายทางได้อย่างเป็นระบบ โดยเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะกับประเภทสินค้า ระยะเวลา และงบประมาณของลูกค้า
Freight Forwarder ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “ส่งของ” แต่เป็นเหมือนผู้จัดการการเดินทางของสินค้าทั้งเที่ยว
Freight Forwarder คืออะไร
Freight Forwarder หรือผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คือบริษัทที่ช่วยประสานงานการขนส่งระหว่างผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
ผู้ให้บริการอาจไม่ได้เป็นเจ้าของเรือ เครื่องบิน หรือรถบรรทุกทุกคันด้วยตัวเอง แต่จะทำหน้าที่จัดหาและเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ ให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการนำเข้าสินค้าจากโรงงานในเมืองอี้อู๋ ประเทศจีน มายังโกดังในกรุงเทพฯ Freight Forwarder อาจช่วยจัดการตั้งแต่
-
รับสินค้าจากโรงงาน
-
ส่งสินค้าเข้าคลังจีน
-
ตรวจสอบจำนวนและสภาพสินค้า
-
รวมสินค้าจากหลายร้าน
-
เลือกขนส่งทางรถหรือทางเรือ
-
จัดเตรียมข้อมูลและเอกสารขนส่ง
-
ติดตามสถานะระหว่างทาง
-
ประสานงานเมื่อสินค้าเข้าประเทศไทย
-
จัดส่งสินค้าต่อไปยังปลายทาง
แทนที่ลูกค้าจะต้องวิ่งประสานงานหลายฝ่าย Freight Forwarder จะเป็นจุดติดต่อหลักที่ช่วยดูแลภาพรวมให้
Freight Forwarder ทำหน้าที่อะไรบ้าง
ขอบเขตงานของแต่ละบริษัทอาจไม่เหมือนกัน บางแห่งดูแลเฉพาะการจองระวางขนส่ง ขณะที่บางแห่งให้บริการตั้งแต่รับสินค้าหน้าโรงงานจนถึงส่งถึงโกดังปลายทาง
บริการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
วางแผนเส้นทางขนส่ง
สินค้าหนึ่งล็อตอาจเดินทางได้หลายวิธี เช่น
-
ทางรถ
-
ทางเรือ
-
ทางอากาศ
-
รถร่วมกับเรือ
-
รถร่วมกับเครื่องบิน
Freight Forwarder จะช่วยดูว่าช่องทางใดเหมาะกับงานมากที่สุด โดยพิจารณาจากปริมาณ น้ำหนัก ขนาดสินค้า ความเร่งด่วน และงบประมาณ
สินค้าที่ต้องรีบใช้อาจเหมาะกับทางรถหรือทางอากาศ ส่วนสินค้าปริมาณมากและไม่เร่งด่วนอาจคุ้มกว่าหากส่งทางเรือ
ประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่ง
การส่งสินค้าระหว่างประเทศมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น
-
โรงงานหรือผู้ขาย
-
คลังสินค้าต้นทาง
-
บริษัทขนส่งภายในประเทศต้นทาง
-
สายเรือหรือสายการบิน
-
ด่านและท่าเรือ
-
คลังสินค้าปลายทาง
-
บริษัทจัดส่งภายในประเทศ
Freight Forwarder จะช่วยเชื่อมข้อมูลระหว่างทุกฝ่าย เพื่อให้สินค้าเดินทางต่อได้โดยไม่สะดุด
จองพื้นที่ขนส่ง
เมื่อลูกค้าเลือกช่องทางแล้ว ผู้ให้บริการจะประสานจองพื้นที่บนรถ เรือ หรือเครื่องบินตามรอบที่เหมาะสม
ช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือฤดูกาลที่มีสินค้าจำนวนมาก พื้นที่ขนส่งอาจเต็มเร็ว การวางแผนล่วงหน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะต้องรอรอบนานกว่าที่คาด
รับสินค้าเข้าคลังและรวมสินค้า
ผู้ประกอบการบางรายไม่ได้สั่งสินค้าจากร้านเดียว แต่อาจสั่งจากหลายโรงงานหรือหลายร้านในจีน
Freight Forwarder ที่มีคลังต้นทางสามารถรับสินค้าจากแต่ละร้านเข้ามารวมกัน รอให้สินค้าครบ แล้วจึงจัดส่งมาไทยในรอบเดียว
วิธีนี้ช่วยให้
-
รับของง่ายขึ้น
-
ลดจำนวนเที่ยวขนส่ง
-
ตรวจสอบสินค้าก่อนส่งได้
-
ควบคุมสต็อกได้เป็นระบบมากขึ้น
ตรวจสอบสินค้าก่อนออกเดินทาง
การตรวจสินค้าเบื้องต้นช่วยให้พบปัญหาตั้งแต่สินค้ายังอยู่ประเทศต้นทาง เช่น
-
จำนวนไม่ครบ
-
สีผิด
-
รุ่นไม่ตรง
-
กล่องบุบหรือเสียหาย
-
ร้านค้าส่งสินค้าผิดรายการ
หากพบปัญหาตอนสินค้ายังอยู่จีน การประสานให้ร้านค้าส่งเพิ่ม เปลี่ยนสินค้า หรือรับคืน มักทำได้ง่ายกว่ารอจนสินค้าเดินทางถึงไทยแล้ว
อย่างไรก็ตาม การตรวจรับทั่วไปไม่เท่ากับการตรวจคุณภาพเชิงลึก หากต้องการทดสอบเครื่องจักร ตรวจทุกชิ้น หรือวัดสเปกเฉพาะ ควรแจ้งขอบเขตงานให้ชัดเจนก่อน
ดูแลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง
สินค้าระหว่างประเทศต้องใช้ข้อมูลและเอกสารหลายประเภท ขึ้นอยู่กับสินค้าและเส้นทาง เช่น
-
Commercial Invoice
-
Packing List
-
ใบตราส่งสินค้า
-
รายละเอียดผู้ส่งและผู้รับ
-
เอกสารรับรองสินค้า
-
เอกสารที่ใช้ประกอบการผ่านพิธีการ
Freight Forwarder จะช่วยตรวจสอบว่าข้อมูลพื้นฐานสอดคล้องกันหรือไม่ เพื่อให้กระบวนการขนส่งเดินหน้าได้ราบรื่นขึ้น
ติดตามสถานะสินค้า
ระหว่างทาง ลูกค้าควรทราบว่าสินค้าอยู่ในขั้นตอนไหน เช่น
-
ร้านค้าจัดส่งแล้ว
-
สินค้าเข้าคลังจีนแล้ว
-
ตรวจรับเรียบร้อย
-
รอปิดตู้
-
ออกจากต้นทางแล้ว
-
เดินทางถึงประเทศไทย
-
พร้อมจัดส่งต่อ
การติดตามสถานะที่ชัดเจนช่วยให้ธุรกิจวางแผนรับสินค้า จัดพื้นที่โกดัง เตรียมพนักงาน และวางแผนการขายได้ง่ายขึ้น
ช่วยแก้ปัญหาระหว่างขนส่ง
งานขนส่งไม่ได้เป็นไปตามแผนทุกครั้ง อาจเกิดเหตุการณ์ เช่น
-
สินค้าส่งมาไม่ครบ
-
โรงงานจัดส่งล่าช้า
-
พื้นที่ขนส่งเต็ม
-
เอกสารไม่ตรง
-
กล่องเสียหาย
-
สินค้าต้องเปลี่ยนช่องทาง
-
เกิดความล่าช้าที่ด่านหรือท่าเรือ
Freight Forwarder ที่ดีควรแจ้งปัญหาให้ลูกค้าทราบตรงไปตรงมา พร้อมช่วยเสนอทางเลือก ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกค้าต้องตามหาคำตอบจากหลายฝ่ายเอง
Freight Forwarder ต่างจากบริษัทขนส่งทั่วไปอย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่า Freight Forwarder ต่างจากบริษัทส่งพัสดุหรือบริษัทขนส่งอย่างไร
คำตอบอยู่ที่ขอบเขตของงาน
| ประเภทบริการ | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| บริษัทส่งพัสดุ | รับของจากจุดหนึ่งไปส่งอีกจุดหนึ่งตามเครือข่าย |
| บริษัทขนส่งสินค้า | ให้บริการรถ เรือ เครื่องบิน หรือพื้นที่ขนส่ง |
| Freight Forwarder | วางแผน ประสานงาน จัดหาเส้นทาง เอกสาร คลัง และผู้ให้บริการหลายฝ่าย |
| Customs Broker | ดูแลการดำเนินพิธีการและเอกสารด้านศุลกากร |
| Freight Forwarder แบบครบวงจร | อาจรวมทั้งขนส่ง คลัง ตรวจสินค้า เอกสาร และประสานพิธีการ |
บริษัทขนส่งเปรียบเหมือนผู้ขับรถ ส่วน Freight Forwarder เปรียบเหมือนคนที่วางแผนว่าจะใช้รถคันไหน ออกเมื่อไร รับของที่ไหน ส่งต่ออย่างไร และต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนสินค้าเดินทาง
Freight Forwarder กับ Shipping เหมือนกันหรือไม่
ในประเทศไทย คนมักใช้คำว่า “Shipping” เรียกรวมผู้ให้บริการนำเข้าและส่งสินค้า แต่ในงานจริงคำว่า Shipping อาจหมายถึงหลายอย่าง
บางบริษัทให้บริการเฉพาะรับขนส่งจากจีนมาไทย บางแห่งรับฝากสั่ง ฝากจ่าย และมีคลังจีน ขณะที่บางแห่งเป็น Freight Forwarder ที่ดูแลเส้นทางระหว่างประเทศหลายประเทศ
ดังนั้น ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ไม่ควรดูจากชื่อที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ควรถามให้ชัดว่าเขาดูแลอะไรบ้าง เช่น
-
รับสินค้าจากโรงงานหรือไม่
-
มีคลังต้นทางหรือไม่
-
ตรวจสินค้าได้แค่ไหน
-
รวมสินค้าหลายร้านได้หรือไม่
-
ช่วยเรื่องเอกสารหรือไม่
-
มีบริการส่งถึงปลายทางหรือไม่
-
หากเกิดปัญหา ใครเป็นผู้ประสานงาน
คำว่า Shipping หรือ Freight Forwarder จะเรียกแบบไหนไม่สำคัญเท่ากับขอบเขตบริการที่ลูกค้าได้รับจริง
ใครบ้างที่ควรใช้บริการ Freight Forwarder
ผู้เริ่มต้นนำเข้าสินค้า
ผู้ที่ยังไม่คุ้นกับขั้นตอนการขนส่งระหว่างประเทศมักเสียเวลาไปกับการประสานงานและการหาข้อมูลหลายส่วน
การมี Freight Forwarder ช่วยดูแล จะทำให้เห็นภาพรวมตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ และลดความเสี่ยงจากการเลือกเส้นทางหรือประเมินต้นทุนผิด
ร้านค้าออนไลน์
ร้านค้าออนไลน์มักสั่งสินค้าจากหลายร้าน หลายรุ่น และหลายช่วงเวลา การมีคลังสำหรับรวมสินค้าและตรวจรับก่อนส่งช่วยให้จัดการออเดอร์ได้ง่ายขึ้น
เจ้าของแบรนด์และธุรกิจ OEM
ธุรกิจที่สั่งผลิตสินค้าตามแบบของตัวเองต้องดูทั้งตัวอย่างสินค้า รอบผลิต บรรจุภัณฑ์ จำนวนกล่อง และกำหนดส่ง
Freight Forwarder จะช่วยวางแผนให้การขนส่งสอดคล้องกับรอบผลิตและช่วงเปิดตัวสินค้า
ผู้ค้าส่งและธุรกิจที่สั่งสินค้าปริมาณมาก
สินค้าเป็นล็อตใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ น้ำหนัก การแพ็ค และต้นทุนต่อหน่วย
หากเลือกวิธีขนส่งได้เหมาะสม ต้นทุนต่อชิ้นอาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด
โรงงานและธุรกิจอุตสาหกรรม
เครื่องจักร อะไหล่ วัตถุดิบ หรือสินค้าน้ำหนักมาก ต้องวางแผนทั้งการยก การแพ็ค การขนส่ง และพื้นที่รับสินค้า
งานลักษณะนี้ควรใช้ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์กับสินค้าประเภทเดียวกัน ไม่ควรเลือกจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนการทำงานของ Freight Forwarder
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองดูขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยหนึ่งรอบ
1. ลูกค้าส่งข้อมูลสินค้า
ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่
-
รูปหรือลิงก์สินค้า
-
ประเภทสินค้า
-
จำนวน
-
น้ำหนัก
-
ขนาดกล่อง
-
เมืองต้นทาง
-
ปลายทาง
-
ช่วงเวลาที่ต้องการใช้สินค้า
ยิ่งข้อมูลครบ การประเมินราคาและเส้นทางก็ยิ่งแม่นยำ
2. ตรวจสอบประเภทและข้อจำกัดของสินค้า
ก่อนสั่งซื้อ ควรตรวจสอบว่าสินค้าสามารถใช้ช่องทางที่ต้องการได้หรือไม่
สินค้าอย่างของเหลว แบตเตอรี่ สารเคมี เครื่องสำอาง อาหาร หรือสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
ขั้นตอนนี้ควรทำก่อนชำระเงิน ไม่ใช่หลังจากสินค้าเดินทางเข้าคลังแล้ว
3. เลือกวิธีขนส่ง
Freight Forwarder จะช่วยเปรียบเทียบช่องทางตามความเร่งด่วน ปริมาณ และต้นทุน
ลูกค้าอาจเลือกส่งล็อตแรกทางรถเพื่อเริ่มขายก่อน แล้วส่งล็อตหลักทางเรือเพื่อลดต้นทุนก็ได้
4. ร้านค้าหรือโรงงานจัดส่งสินค้าเข้าคลัง
เมื่อสั่งซื้อแล้ว โรงงานจะส่งสินค้าเข้าสู่คลังต้นทาง
หากสั่งจากหลายร้าน สามารถรอรวมสินค้าให้ครบก่อนเปิดรอบขนส่ง
5. ตรวจรับและเตรียมสินค้า
ทีมงานตรวจจำนวน สภาพกล่อง รุ่น หรือรายละเอียดตามขอบเขตที่ตกลง
หากกล่องไม่แข็งแรง อาจแนะนำให้เสริมแพ็ค ห่อกันกระแทก หรือตีลังเพิ่มเติม
6. จัดทำข้อมูลและส่งสินค้าออก
เมื่อสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนจองรอบ ปิดตู้ จัดทำข้อมูลขนส่ง และส่งออกจากต้นทาง
7. ติดตามระหว่างทาง
ลูกค้าควรได้รับข้อมูลว่าสินค้าออกเดินทางเมื่อไร และอยู่ในขั้นตอนไหน
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณ เพราะยังมีปัจจัยจากด่าน สภาพอากาศ รอบเรือ หรือปริมาณงานในแต่ละช่วง
8. รับสินค้าและจัดส่งถึงปลายทาง
เมื่อสินค้าถึงประเทศไทย จะเข้าสู่ขั้นตอนตรวจรับและจัดส่งต่อไปยังบ้าน ร้านค้า หรือโกดังของลูกค้า
ค่าใช้จ่ายของ Freight Forwarder มีอะไรบ้าง
ค่าบริการไม่ได้มีเพียงค่าระวางขนส่งรายการเดียว ต้นทุนอาจประกอบด้วย
-
ค่ารับสินค้าจากโรงงาน
-
ค่าขนส่งภายในประเทศต้นทาง
-
ค่าคลังสินค้า
-
ค่าตรวจสินค้า
-
ค่าแพ็คหรือค่าตีลัง
-
ค่าระวางรถ เรือ หรือเครื่องบิน
-
ค่าดำเนินการเอกสาร
-
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพิธีการ
-
ค่าจัดส่งภายในประเทศไทย
-
ค่าบริการเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
ก่อนเริ่มงาน ควรถามให้ชัดว่าใบเสนอราคารวมรายการใดแล้ว และรายการใดอาจเกิดขึ้นภายหลัง
ราคาที่ดูถูกในตอนแรกอาจไม่ได้ถูกจริง หากยังไม่รวมค่าใช้จ่ายปลายทางหรือค่าดำเนินการบางส่วน
วิธีเลือก Freight Forwarder ที่เหมาะกับธุรกิจ
มีข้อมูลบริษัทตรวจสอบได้
ควรมีชื่อบริษัท ที่อยู่ เว็บไซต์ ช่องทางติดต่อ และทีมงานที่สามารถประสานงานได้จริง
อธิบายราคาได้ชัดเจน
ผู้ให้บริการควรบอกได้ว่าคิดราคาจากอะไร เช่น น้ำหนัก ปริมาตร ประเภทสินค้า หรือเส้นทาง
หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนเริ่มงาน
มีประสบการณ์กับสินค้าประเภทเดียวกัน
การขนส่งเสื้อผ้าไม่เหมือนเครื่องจักร ของเหลว หรือสินค้าที่มีแบตเตอรี่
ควรเลือกบริษัทที่เข้าใจข้อจำกัดของสินค้าและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
มีระบบคลังและติดตามสินค้า
คลังที่จัดการเป็นระบบช่วยลดปัญหาของสลับ ของหาย หรือสินค้าไม่ครบ
ลูกค้าควรสามารถสอบถามสถานะได้โดยไม่ต้องเริ่มอธิบายออเดอร์ใหม่ทุกครั้ง
แจ้งข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา
ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือไม่ควรรับสินค้าทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ
บางครั้งคำตอบว่า “สินค้านี้ต้องใช้เอกสารเพิ่ม” หรือ “ไม่เหมาะกับเส้นทางนี้” มีประโยชน์กับธุรกิจมากกว่าการรับงานไว้ก่อนแล้วค่อยแก้ปัญหาทีหลัง
มีคนรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
งานขนส่งมีโอกาสเกิดความล่าช้าหรือเหตุไม่คาดคิด สิ่งสำคัญคือเมื่อมีปัญหาแล้วติดต่อใคร และบริษัทช่วยประสานงานอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่ผู้นำเข้ามักเจอเมื่อไม่วางแผนกับ Freight Forwarder
สั่งสินค้าไปแล้วจึงค่อยถามว่าส่งได้หรือไม่
บางคนชำระเงินให้ร้านค้าก่อน แล้วค่อยส่งลิงก์มาถามบริษัทขนส่ง หากเป็นสินค้าที่มีข้อจำกัด อาจต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการคืนสินค้า
ใช้ขนาดสินค้าประเมินแทนขนาดกล่องจริง
ค่าขนส่งจำนวนมากคิดจากกล่องหลังแพ็ค ไม่ใช่ขนาดตัวสินค้า
สินค้าชิ้นเล็กอาจถูกแพ็คในกล่องใหญ่ ทำให้ค่าขนส่งจริงต่างจากที่คาดไว้มาก
เลือกช่องทางจากราคาถูกที่สุด
ทางเรืออาจมีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า แต่ถ้าสินค้าต้องใช้ภายในไม่กี่วัน การมาช้าอาจทำให้เสียโอกาสขายมากกว่าส่วนต่างของค่าขนส่ง
ไม่เผื่อเวลาผลิตและเวลารอรอบ
ระยะเวลาขนส่งเริ่มนับหลังสินค้าออกเดินทาง ไม่ได้รวมเวลาที่โรงงานผลิต ส่งเข้าคลัง ตรวจรับ และรอปิดตู้
ไม่ตรวจสอบต้นทุนทั้งหมด
ผู้ประกอบการบางรายคำนวณเพียงราคาสินค้ากับค่าขนส่งมาไทย แต่ลืมรวมค่าขนส่งในจีน ค่าแพ็ค และค่าจัดส่งปลายทาง
เมื่อหารต้นทุนต่อชิ้นจริง กำไรจึงน้อยกว่าที่วางไว้
Freight Forwarder กับ CTM Manage Intertrade
CTM Manage Intertrade ให้บริการนำเข้า–ส่งออกและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยช่วยดูแลตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อไปจนถึงส่งมอบสินค้าในประเทศไทย
บริการของ CTM ครอบคลุมทั้ง
-
ช่วยค้นหาสินค้าและโรงงาน
-
ฝากสั่งและฝากชำระเงิน
-
รับสินค้าเข้าคลังจีน
-
ตรวจสินค้าและถ่ายภาพยืนยัน
-
รวมสินค้าจากหลายร้าน
-
วางแผนขนส่งทางรถและทางเรือ
-
ติดตามสถานะระหว่างทาง
-
ช่วยประสานงานเมื่อสินค้าเกิดปัญหา
-
รองรับคลังสินค้าในประเทศไทย
-
ออกใบกำกับภาษีตามเงื่อนไขของบริษัท
แนวทางของ CTM คือช่วยให้ลูกค้าเห็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นประเภทสินค้า ขนาด น้ำหนัก ต้นทุน หรือระยะเวลา เพราะการวางแผนตั้งแต่ต้นมักประหยัดกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อสินค้าออกเดินทางแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Freight Forwarder
Freight Forwarder เป็นเจ้าของเรือหรือเครื่องบินหรือไม่
ไม่จำเป็น Freight Forwarder สามารถประสานและจองพื้นที่กับสายเรือ สายการบิน หรือบริษัทขนส่งอื่น แล้วนำบริการมาจัดให้เหมาะกับงานของลูกค้า
ผู้เริ่มนำเข้าจำนวนน้อยใช้ Freight Forwarder ได้หรือไม่
ได้ ผู้ให้บริการหลายแห่งรองรับสินค้าจำนวนน้อยและการรวมสินค้าจากหลายลูกค้า ไม่จำเป็นต้องเช่าตู้ทั้งตู้ด้วยตัวเอง
Freight Forwarder ช่วยสั่งซื้อสินค้าได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท บางแห่งดูแลเฉพาะขนส่ง ขณะที่ CTM มีบริการฝากสั่งและฝากชำระเงินให้ด้วย
Freight Forwarder ตรวจสินค้าให้ได้หรือไม่
สามารถตรวจรับเบื้องต้นได้ หากบริษัทมีคลังต้นทาง แต่ขอบเขตการตรวจควรตกลงให้ชัด เช่น ตรวจจำนวน สี รุ่น สภาพกล่อง หรือทดสอบสินค้า
Freight Forwarder ช่วยเรื่องศุลกากรหรือไม่
หลายบริษัทมีบริการประสานงานด้านเอกสารและพิธีการ หรือทำงานร่วมกับตัวแทนออกของ ทั้งนี้ควรถามรายละเอียดก่อนเริ่มงาน
ควรติดต่อ Freight Forwarder ตอนไหน
ควรติดต่อก่อนชำระเงินให้โรงงาน โดยเฉพาะสินค้าที่มีแบตเตอรี่ ของเหลว สารเคมี อาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่มีโลโก้และเครื่องหมายการค้า
Freight Forwarder รับผิดชอบสินค้าสูญหายหรือเสียหายอย่างไร
เงื่อนไขของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน ลูกค้าควรสอบถามเรื่องการเคลม วงเงินรับผิดชอบ หลักฐานที่ต้องใช้ และข้อยกเว้นก่อนส่งสินค้า
สรุป
Freight Forwarder คือผู้ช่วยวางแผนและประสานงานการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่รับของที่ต้นทาง เลือกเส้นทาง จองพื้นที่ ดูแลเอกสาร ติดตามสถานะ ไปจนถึงจัดส่งถึงปลายทาง
การมี Freight Forwarder ที่เหมาะสมไม่ได้ช่วยแค่ลดงานเอกสาร แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นต้นทุน เวลา และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
โดยเฉพาะธุรกิจที่สั่งสินค้าจากหลายร้าน สั่งผลิตสินค้าในแบรนด์ตัวเอง หรือมีสินค้าปริมาณมาก การวางแผนเส้นทางตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาของมาช้า ค่าส่งเกินงบ และสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งได้มาก
เลือกผู้ให้บริการจากความชัดเจนของราคา ประสบการณ์ ระบบติดตาม และความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา ไม่ควรมองเพียงว่าบริษัทไหนเสนอราคาต่ำที่สุด
วางแผนนำเข้า–ส่งออกกับ CTM
ส่งรูปสินค้า ลิงก์ จำนวน น้ำหนัก ขนาดกล่อง และปลายทางให้ทีมงาน CTM ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้
ทีมงานจะช่วยดูประเภทสินค้า ประเมินช่องทางขนส่ง และแนะนำแนวทางที่เหมาะกับงบประมาณและช่วงเวลาของธุรกิจ ตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลังต้นทางจนถึงส่งมอบในประเทศไทย